การจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ในปัจจุบันสามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองผ่านระบบ DBD Biz Regist ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3–5 วันทำการ หากเตรียมข้อมูลและเอกสารครบถ้วนตั้งแต่ต้น ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้สะดวก รวดเร็ว และลดขั้นตอนการเดินทางไปยื่นเอกสารด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม หลายคนยังมีคำถามว่า “จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ยากไหม ต้องเตรียมอะไรบ้าง และมีค่าใช้จ่ายเท่าไร?” เนื่องจากยังมองว่าการจดบริษัทเป็นเรื่องซับซ้อน ใช้เอกสารจำนวนมาก และหากกรอกข้อมูลผิดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้คำขอถูกตีกลับหรือต้องเริ่มกระบวนการใหม่
จากประสบการณ์ที่ทีมงาน นรินทร์ทอง ได้ช่วยผู้ประกอบการจดทะเบียนบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง เราพบว่าหากเข้าใจขั้นตอนของระบบ DBD Biz Regist และเตรียมข้อมูลให้พร้อมตั้งแต่แรก การจดบริษัทออนไลน์สามารถทำได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด
บทความนี้ได้รวบรวม 7 ขั้นตอนสำคัญในการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ พร้อมข้อมูลเรื่องเอกสารที่ต้องใช้ ค่าใช้จ่าย และข้อควรรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ เพื่อช่วยให้คุณสามารถเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง
เลือกอ่านเนื้อหา
- DBD Biz Regist คืออะไร
- 7 ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัทออนไลน์
- ขั้นตอนที่ 1 สมัครสมาชิก DBD Biz Regist
- ขั้นตอนที่ 2 ระบุข้อมูลบริษัท
- ขั้นตอนที่ 2.1 ชื่อบริษัท
- ขั้นตอนที่ 2.2 ตราประทับบริษัท
- ขั้นตอนที่ 2.3 ทุนจดทะเบียนบริษัท
- ขั้นตอนที่ 2.4 ที่ตั้งและข้อมูลติดต่อบริษัท
- ขั้นตอนที่ 2.5 ผู้เริ่มก่อการ
- ขั้นตอนที่ 2.6 ข้อมูลผู้ถือหุ้น
- ขั้นตอนที่ 2.7 ข้อมูลกรรมการ
- ขั้นตอนที่ 3.1 วัตถุประสงค์ธุรกิจ
- ขั้นตอนที่ 3.2 รหัสธุรกิจ
- ขั้นตอนที่ 3.3 ข้อบังคับบริษัท
- ขั้นตอนที่ 3.4 รายละเอียดการประชุม
- ขั้นตอนที่ 4 ข้อมูลการประกอบธุรกิจ
- ขั้นตอนที่ 5 สรุปข้อมูลและยื่นคำขอ
- เอกสารที่ใช้จดทะเบียนบริษัทออนไลน์
จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ผ่าน DBD Biz Regist คืออะไร
DBD Biz Regist คือระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการสมัครสมาชิก จองชื่อบริษัท กรอกข้อมูลผู้ถือหุ้น ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ชำระค่าธรรมเนียม และดาวน์โหลดเอกสารสำคัญ
จดทะเบียนบริษัทออนไลน์มี 7 ขั้นตอน ดังนี้
- สมัครสมาชิก DBD Biz Regist
- กรอกข้อมูลบริษัท
- ระบุผู้ถือหุ้นและกรรมการ
- กำหนดวัตถุประสงค์ธุรกิจ
- ตรวจสอบและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
- ชำระค่าธรรมเนียม
- รับเอกสารจัดตั้งบริษัท
ขั้นตอนการ จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ ผ่าน DBD Biz Regist
- ขั้นตอนที่ 1 :สมัครและเข้าสู่ระบบ DBD Biz Regist
ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ https://edbr.dbd.go.th/
ทำการสมัครสมาชิก โดยมีให้เลือก 2 ส่วนคือ
1. สมัครสมาชิกเป็นผู้แทนจดทะเบียน
2. สมัครสมาชิกเป็นผู้รับรองลายมือชื่อให้เลือก สมัครสมาชิกเป็นผู้แทนจดทะเบียน
กรอกข้อมูลส่วนตัวให้เรียบร้อย หากใครที่ไม่อยากกรอกข้อมูลเยอะ สามารถเข้าสู่ระบบด้วย Digital ID ได้ และเลือก ThaiD- จากนั้นจะมี QR Code ขึ้นมาให้สแกน ในขั้นตอนนี้ให้เปิดแอพฯ ThaiD ในโทรศัพท์แล้วสแกน
- อ่านเงื่อนไขเสร็จแล้ว > กดยินยอม > กดยอมรับ และสามารถดำเนินการต่อได้เลย
หลังจากเข้าสู่ระบบด้วย Digital ID จะกลับมาที่หน้าแรก ให้เราเลือก ‘สมัครสมาชิกเป็นผู้แทนจดทะเบียน’ เหมือนเดิม
- จากนั้นจะเห็นข้อมูลส่วนตัวของเราขึ้นมาอัตโนมัติ > กดดำเนินการต่อ
- กรอกเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ และกรอกที่อยู่ในประเทศไทย
- เมื่อกรอกเสร็จแล้ว ระบบจะให้ยืนยันการส่งข้อมูลอีกครั้ง หากตรวจสอบแล้วข้อมูลถูกต้อง > กดดำเนินการต่อ
- ทางระบบจะส่ง PIN Code ให้ทาง E-Mail จากนั้นใส่ PIN Code ที่ได้รับและกดยืนยัน ทางเว็บไซต์จะขึ้นว่า ‘ลงทะเบียนสำเร็จ’
ขั้นตอนที่ 2 ระบุข้อมูลบริษัท
- เข้ามาที่หัวข้อ ‘จัดตั้งบริษัท’ หากต้องการจดบริษัททันทีเลือกหัวข้อ ‘จดหนังสือบริคณห์สนธิพร้อมจัดตั้งบริษัท
- รายการข้อมูลที่จำเป็น ต้องเตรียมก่อนจดจัดตั้งนิติบุคคลขึ้นมา ให้กดรับทราบด้านล่าง และกดดำเนินการต่อ
ขั้นตอนที่ 2.1 ชื่อบริษัท
- ชื่อบริษัท ในขั้นตอนนี้ ระบบจะให้กรอกชื่อบริษัทที่ต้องการใช้จดทะเบียนหากคุณมีชื่อบริษัทที่ต้องการใช้อยู่แล้ว แนะนำให้ตรวจสอบและจองชื่อไว้ล่วงหน้าผ่านระบบกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อป้องกันชื่อซ้ำหรือชื่อไม่ผ่านการอนุมัติ
สามารถศึกษาวิธีดำเนินการได้ที่ บทความ:“จองชื่อบริษัทออนไลน์”
- เมื่อได้รับเลขที่ใบจองชื่อแล้ว ให้นำเลขดังกล่าวมากรอกในขั้นตอนยื่นคำขอ
- แต่หากยังไม่ได้จองชื่อ ระบบสามารถให้เลือกเมนู “ยังไม่ได้จองชื่อ” เพื่อกรอกชื่อและตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างดำเนินการได้ทันที
ขั้นตอนที่ 2.2 ตราประทับของบริษัท
- ตราประทับของบริษัท หากไม่มีให้กด ‘ไม่มี’ และถ้าบริษัทไหนมีให้กด ‘มี’ และแนบรูปแบบตราประทับ
ขั้นตอนที่ 2.3 ทุนบริษัท
- ระบบจะให้ระบุทุนจดทะเบียนของบริษัท โดยกฎหมายกำหนดให้มูลค่าหุ้นต้องไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท
- สำหรับธุรกิจเริ่มต้น ส่วนใหญ่นิยมกำหนดทุนไว้ประมาณ 100,000 – 1,000,000 บาท เพราะเป็นระดับที่เหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจ และช่วยสร้างความน่าเชื่อถือเมื่อติดต่อคู่ค้า เปิดบัญชีธนาคาร หรือขยายธุรกิจในอนาคต
- หากยังไม่แน่ใจว่าควรกำหนดทุนเท่าไร สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ [ควรจดทุนบริษัทเท่าไรให้เหมาะกับธุรกิจ]
ขั้นตอนที่ 2.4 ที่ตั้งและข้อมูลติดต่อบริษัท
- กรอกข้อมูลสำนักงานใหญ่ พร้อมรายละเอียดการติดต่อให้ครบถ้วน
- เมื่อตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้กดดำเนินการต่อ ระบบจะส่งรหัสยืนยันไปยังอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อนำมายืนยันก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
- กรณีมีหลายสาขา
หากธุรกิจมีสถานประกอบการเพิ่มเติม สามารถเลือกเมนู “เพิ่มที่ตั้งสาขา” และกรอกรายละเอียดของแต่ละสาขาเพิ่มเติมได้
ขั้นตอนที่ 2.5 ระบุข้อมูลส่วนตัวผู้เริ่มก่อการ
- ระบุข้อมูลส่วนตัวผู้เริ่มก่อการ (เริ่มจัดตั้งบริษัทต้องมีอย่างน้อย 2 คน) หากกรอกข้อมูลในขั้นตอนแรกครบถ้วน ระบบจะขึ้นข้อมูลส่วนตัวให้อัตโนมัติ แต่ต้องระบุข้อมูลตรง ‘อาชีพ’ เพิ่มเติม แต่สำหรับผู้เริ่มก่อการคนที่ 2 จะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวเพิ่มเติม เมื่อเสร็จแล้วกดบันทึกข้อมูล
- กรอกข้อมูลผู้ถือหุ้น หากมีมากกว่าผู้เริ่มก่อการ สามารถเพิ่มรายชื่อผู้ถือหุ้นเพิ่มเติมได้ ในส่วนของขั้นตอนนี้ให้ทำการกรอก ‘จำนวนหุ้น’ (ต้องตรงกับข้อเท็จจริง) และ ‘จำนวนเงินที่ชำระค่าหุ้น’ (ชำระแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 25%)
ขั้นตอนที่ 2.7 กรอกข้อมูลกรรมการ
- กรอกข้อมูลกรรมการ เป็นได้ทั้งผู้ถือหุ้นและไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น หากเป็นผู้ถือหุ้นให้เลือก ‘ชื่อกรรมการจากรายชื่อผู้ถือหุ้น’ หากไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น ให้เลือก ‘ตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการ’ จากนั้นให้ระบุอำนาจแบบกรรมการสำเร็จรูป ซึ่งในส่วนนี้จะต้องทำการปรึกษา และตกลงกันให้ดีก่อนทำการกรอกข้อมูล
ขั้นตอนที่ 3.1 เลือกวัตถุประสงค์ของธุรกิจ
- เลือกวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ในส่วนนี้เป็นวัตถุประสงค์เฉพาะ หากใครทำธุรกิจตรงกับหัวข้อไหนในระบบก็กดติ๊กได้เลย แต่ถ้าธุรกิจของเราเป็นธุรกิจทั่วไปให้เลือก ‘ไม่ใช่ธุรกิจพิเศษ’ จากนั้นจะมีวัตถุประสงค์ขึ้นมา ในส่วนนี้ให้คุณเลือกวัตถุประสงค์ที่ตรงกับประเภทธุรกิจของคุณ หากวัตถุประสงค์ที่มีไม่ตรงกับธุรกิจก็สามารถเพิ่มได้
ขั้นตอนที่ 3.2 เลือกรหัสธุรกิจ
- เลือกรหัสธุรกิจ ค้นหารหัสที่มีหมวดหมู่ตรงกับธุรกิจของคุณ จากนั้นทำการกดบันทึก และดำเนินการต่อ ซึ่งข้อดีของการใส่รหัสธุรกิจคือ เมื่อมีคนค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับรหัสที่เราเลือก ชื่อธุรกิจของเราจะขึ้นไปยังหมวดหมู่นั้นๆ
ขั้นตอนที่ 3.3 สร้างข้อบังคับของบริษัท
- สร้างข้อบังคับของบริษัท ถ้ามี ให้เลือก ‘มีข้อบังคับ’ ทางระบบมีให้เลือกทั้งแบบสำเร็จรูป และกำหนดเอง แต่ถ้าไม่มีข้อบังคับ ให้เลือก ‘ไม่มีข้อบังคับ’ หมายถึงยึดตามกฎหมายเป็นหลัก เมื่อกฎหมายมีการเปลี่ยนแปลง ข้อบังคับของบริษัทก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
ขั้นตอนที่ 3.4 รายละเอียดการประชุม
- รายละเอียดการประชุม ในส่วนนี้จะต้องใส่ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ประชุมจัดตั้งบริษัท, เวลาเปิด – ปิดการประชุม, สถานที่ประชุม, ข้อมูลประธานที่ประชุม, ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท, ข้อมูลผู้สอบบัญชี (สามารถเลือกได้ว่าจะเลือก กำหนดในการประชุมครั้งนี้ หรือ จะกำหนดในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งถัดไป)
ขั้นตอนที่ 4.1 ข้อมูลการประกอบธุรกิจ
- ข้อมูลประกอบธุรกิจ ในหัวข้อแรกจะขึ้นมาว่า รายการอื่นซึ่งเห็นสมควรให้ประชาชนทราบ ให้ตอบว่า ‘ไม่มี’ เพราะโดยทั่วไปแล้วจะไม่มี และถัดมาคือแบบบันทึกคำขอ ในส่วนนี้คุณสามารถเลือกจดบริษัทพร้อมจด Vat ได้
ขั้นตอนที่ 5 สรุปข้อมูลทั้งหมด
ขั้นตอนนี้ทางระบบจะสรุปข้อมูลการจดทะเบียนบริษัทให้ทั้งหมด ซึ่งคุณต้องทำการเช็กให้ดีว่าข้อมูลทั้งหมดถูกต้องไหม หรือสามารถทำการดาวน์โหลด แล้วปริ้นออกมาเป็นเอกสารเพื่ออ่านรีเช็กข้อมูลทั้งหมดได้ ทั้งนี้หากใครที่จดทะเบียนบริษัท แนะนำว่าควรปริ้นเอกสารในส่วนนี้เก็บไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐาน เมื่อตรวจสอบเอกสารทั้งหมดเรียบร้อยแล้วให้กดดำเนินการเพื่อยื่นคำขอ ในกรณีที่คำขอตรวจสอบผ่านเรียบร้อยแล้ว ให้กด ‘ขั้นตอนถัดไป’ จากนั้นทางระบบจะมีให้เลือก 3 ช่องทาง คือ
- ยื่นจดทะเบียนออนไลน์
2. ยื่นแบบต่อหน้านายทะเบียน
3. ยื่นโดยแนบเอกสารเข้าระบบ
ซึ่งช่องทางที่สะดวกที่สุดในปัจจุบันคือ ยื่นจดทะเบียนออนไลน์ เมื่อเลือกช่องทางนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หากใครที่ลงทะเบียนผ่าน ThaiD ก็สามารถลงผ่านระบบนี้ได้เลย เมื่อลงลายมือชื่อเรียบร้อยแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอน ‘ชำระเงิน’ ในขั้นตอนนี้คุณสามารถขอรับรองสำเนาเอกสารต่างๆ ได้ สุดท้ายนี้หากคุณทำตามขั้นตอนทุกอย่างแล้ว ก็ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้นสำหรับการจดทะเบียนบริษัทผ่านระบบ DBD Biz Regist จะเห็นว่าง่าย สะดวก ไม่ซับซ้อน ตอบโจทย์การใช้งานในยุคนี้มากๆ
เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียน
สิ่งที่ต้องเตรียม คือ วัตถุประสงค์ของบริษัท, ข้อมูลกรรมการ และ รายชื่อผู้ถือหุ้น หากเตรียมข้อมูลเหล่านี้มาพร้อม ก็จะทำให้ขั้นตอนต่างๆ ระหว่างจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิตอล เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ส่วนเอกสารที่ต้องใช้ในการ จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ จะมีดังนี้
คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1)
- หนังสือบริคณห์สนธิ (แบบ บอจ.2) ชำระค่าอากรแสตมป์ 200 บาท
- แบบวัตถุที่ประสงค์ (แบบ ว.)
- ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคลที่ยังไม่หมดอายุ
- หลักฐานให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งบริษัท เพื่อประกอบธุรกิจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ใช้เฉพาะในการประกอบธุรกิจที่มีกฎหมายพิเศษควบคุม)
- สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการทุกคน (โดยดูจากหลักเกณฑ์เรื่องบัตรประจำตัว)
- สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี) (โดยดูจากหลักเกณฑ์การลงลายมือชื่อผู้ขอจดทะเบียน)
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
สำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนทุกฉบับ จะต้องให้ผู้ขอจดทะเบียนมีคนรับรองอย่างน้อยหนึ่งคน เพื่อความถูกต้อง ยกเว้นสำเนาบัตรประจำตัว หรือ หลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อผู้ขอจดทะเบียน ให้ผู้เป็นเจ้าของบัตร หรือ ผู้ขอจดทะเบียนอย่างน้อยหนึ่งคน เป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง
หากต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดำเนินการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ แนะนำที่ นรินทร์ทอง
หลังจากที่ได้ศึกษาขั้นตอนการ จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ ผ่าน DBD Biz Regist ระบบใหม่ บอกเลยว่ามีความสะดวก รวดเร็ว และใช้งานง่ายมากๆ เพราะในระหว่างที่เราทำการกรอกข้อมูล ระบบจะตรวจสอบข้อมูล และมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ลดการกรอกข้อมูลที่ซ้ำซ้อน และยังมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการกรอกข้อมูลอีกด้วย แต่สำหรับผู้ประกอบการคนไหนที่ไม่มีความรู้ด้านบัญชีและภาษี ต้องการผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา จัดเตรียมเอกสารให้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง คอยดำเนินการให้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนขั้นตอนสุดท้าย สามารถจดได้ใน 1 วัน โดยไม่ต้องเสียเวลามาดำเนินการเอง ขอแนะนำ บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด สำนักงาน รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
- การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
- รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
- งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
- ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339