สำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจ หนึ่งในเรื่องที่มักสร้างความสับสนมากที่สุด คือ “ทุนจดทะเบียนบริษัท” เพราะหลายคนยังไม่แน่ใจว่า
- ทุนจดทะเบียนคืออะไร
- ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำเท่าไร
- ต้องใช้เงินจริงหรือไม่
- ควรจดทุนเท่าไร
- ทุนจดทะเบียนมีผลต่อภาษีไหม
จริง ๆ แล้ว ทุนจดทะเบียนไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่ใช้ยื่นจดบริษัทเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และการบริหารธุรกิจในอนาคตอีกด้วย
บทความนี้จะอธิบายทุกเรื่องเกี่ยวกับทุนจดทะเบียนบริษัทแบบเข้าใจง่าย พร้อมแนวทางเลือกทุนให้เหมาะกับธุรกิจ
เลือกอ่านเนื้อหา
ทุนจดทะเบียนบริษัท คือ?
ทุนจดทะเบียนบริษัท คือ จำนวนเงินที่ผู้ถือหุ้นตกลงร่วมกันว่าจะนำมาลงทุนในกิจการ เพื่อใช้เป็นเงินสำหรับดำเนินธุรกิจ
เงินทุนดังกล่าวสามารถอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น
- เงินสด
- รถยนต์
- คอมพิวเตอร์
- เครื่องจักร
- ทรัพย์สินที่ตีมูลค่าได้
เมื่อจัดตั้งบริษัทแล้ว ทุนจดทะเบียนจะถูกแบ่งออกเป็น “หุ้น” เพื่อกำหนดสัดส่วนการถือครองของผู้ถือหุ้นแต่ละคน
ตัวอย่างเช่น
- บริษัทมีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท
- กำหนดมูลค่าหุ้นละ 100 บาท
1,000,000100=10,000 หุ้นหากผู้ถือหุ้นคนหนึ่งถือ 5,000 หุ้น จะมีสัดส่วนความเป็นเจ้าของบริษัท 50%
ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำกี่บาท?

ตามกฎหมายไทย การจดทะเบียนบริษัทสามารถเริ่มต้นด้วยทุนเพียง 10 บาท ได้
เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่า
- หุ้นต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 บาท
- ต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน
ดังนั้นขั้นต่ำจึงเท่ากับ
5×2=10 บาท
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติแทบไม่มีใครจดทุนต่ำระดับนี้ เพราะอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของบริษัท
แล้วควรจดทุนเท่าไรดี?
คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ”
ไม่มีตัวเลขตายตัวว่าต้องจดเท่าไร แต่ควรเลือกให้เหมาะกับขนาดงาน เงินหมุนเวียน และกลุ่มลูกค้า
ปัจจัยที่ควรใช้ในการกำหนดทุนจดทะเบียนบริษัท
จริง ๆ แล้ว การเลือกทุนจดทะเบียนบริษัท ไม่ได้มีตัวเลขตายตัวว่าต้องจดเท่าไร แต่ควรดูจาก “ลักษณะธุรกิจ” และ “ต้นทุนที่ใช้ในการดำเนินงานจริง” เป็นหลัก เพราะหากจดต่ำเกินไป อาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือ แต่หากจดสูงเกินความจำเป็น ก็อาจเพิ่มภาระทางบัญชีและความรับผิดชอบของผู้ถือหุ้นโดยไม่จำเป็น
โดยทั่วไป ปัจจัยสำคัญที่ควรนำมาพิจารณา มีดังนี้
ปัจจัยด้านค่าใช้จ่ายภายในบริษัท
ก่อนกำหนดทุนจดทะเบียน ควรลองประเมินก่อนว่า ธุรกิจจำเป็นต้องใช้เงินเริ่มต้นประมาณเท่าไรในการดำเนินกิจการ เช่น
- ค่าอุปกรณ์สำนักงาน
- ค่าเครื่องมือหรือเครื่องจักร
- ค่าวัตถุดิบ
- ค่าเช่าสำนักงาน
- เงินเดือนพนักงาน
- ค่าใช้จ่ายทางการตลาด
- เงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัท
โดยสามารถใช้แนวคิดเบื้องต้นในการคำนวณได้ว่า
ทุนจดทะเบียน ≈ เงินลงทุนเริ่มต้น + เงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจ
ตัวอย่างเช่น หากธุรกิจต้องใช้เงินเริ่มต้นประมาณ 700,000 บาท และต้องมีเงินหมุนเวียนอีกประมาณ 300,000 บาท ทุนจดทะเบียนที่เหมาะสมอาจอยู่ที่ประมาณ 1,000,000 บาท
การกำหนดทุนลักษณะนี้ จะช่วยให้บริษัทดูมีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ และทำให้ตัวเลขทุนจดทะเบียนสอดคล้องกับขนาดกิจการจริง
สำหรับธุรกิจ SME ส่วนใหญ่ ทุนจดทะเบียนประมาณ 1 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่ได้รับความนิยม เพราะอยู่ในระดับที่ดูน่าเชื่อถือ แต่ยังไม่สูงเกินไปสำหรับผู้ประกอบการเริ่มต้น
และหากในอนาคตธุรกิจเติบโตขึ้น ก็สามารถเพิ่มทุนจดทะเบียนภายหลังได้
ปัจจัยด้านภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ

ทุนจดทะเบียนบริษัท ยังส่งผลต่อ “ภาพลักษณ์” ของธุรกิจในสายตาคู่ค้า ลูกค้า และองค์กรต่าง ๆ ด้วย
เวลาบริษัทอื่นตรวจสอบข้อมูลบริษัท สิ่งที่มักถูกดูคือ
- ทุนจดทะเบียน
- โครงสร้างบริษัท
- อายุบริษัท
- ผู้ถือหุ้น
ดังนั้น หากธุรกิจของคุณต้องทำงานกับลูกค้าองค์กร รับงานโครงการ หรือมีมูลค่างานหลักแสนถึงหลักล้าน การจดทุนให้เหมาะสมกับขนาดงาน จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น
ตัวอย่างเช่น
หากบริษัท A มีต้นทุนดำเนินธุรกิจรวมประมาณ 1,000,000 บาท และมีลูกค้าเป็นบริษัทขนาดกลาง การจดทุนที่ประมาณ 1,000,000 บาท ก็จะช่วยให้ภาพลักษณ์ของบริษัทดูสมเหตุสมผลกับขนาดงานที่รับ
“ในทางกลับกัน หากรับงานมูลค่าหลายล้านบาท แต่จดทุนเพียง 10,000 บาท อาจทำให้คู่ค้าบางรายรู้สึกว่าบริษัทมีความเสี่ยงหรือขาดความมั่นคงทางธุรกิจ“
ธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ควรจดทุนประมาณเท่าไร?

ทุนจดทะเบียนที่แนะนำ
500,000 – 1,000,000 บาท
เหมาะสำหรับธุรกิจที่เริ่มมีระบบภายในบริษัท มีพนักงาน หรือมีการรับงานจากลูกค้าองค์กร เช่น
- บริษัทการตลาด
- เอเจนซี่
- บริษัทบริการมืออาชีพ
- ธุรกิจที่มีเริ่มพนักงานประจำ
ธุรกิจระดับนี้มักมีค่าใช้จ่ายและเงินหมุนเวียนในธุรกิจ ทั้งเรื่องเงินเดือน ค่าใช้จ่ายสำนักงาน และต้นทุนดำเนินงาน
ดังนั้น การจดทุนในระดับ 500,000 – 1,000,000 บาท จะช่วยให้บริษัทดูมีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มความน่าเชื่อถือเวลาติดต่อคู่ค้า ลูกค้าองค์กร หรือธนาคาร
โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องเสนอราคา รับงานโครงการ หรือทำสัญญากับบริษัทอื่น ทุนจดทะเบียนถือเป็นหนึ่งในข้อมูลที่คู่ค้าใช้ประเมินความมั่นคงของบริษัท
ธุรกิจขนาดใหญ่หรือมีแผนขยายกิจการ

ทุนจดทะเบียนที่แนะนำ
2,000,000 บาทขึ้นไป
เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีการลงทุนสูง หรือมีแผนขยายกิจการในอนาคต เช่น
- ธุรกิจโรงงาน
- ธุรกิจอุตสาหกรรม
- บริษัทเทคโนโลยี
- ธุรกิจก่อสร้าง
- ธุรกิจที่ต้องใช้เงินหมุนเวียนจำนวนมาก
รวมถึงบริษัทที่มีแผน
- ระดมทุน
- หาพาร์ทเนอร์ร่วมลงทุน
- ขอสินเชื่อธุรกิจ
- ทำงานกับหน่วยงานรัฐหรือองค์กรขนาดใหญ่
การจดทุนในระดับสูง จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่มั่นคง และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบริษัท โดยเฉพาะเวลาติดต่อกับองค์กรขนาดใหญ่หรือหน่วยงานราชการ เพราะหลายบริษัทมักใช้ “ทุนจดทะเบียน” เป็นหนึ่งในข้อมูลเบื้องต้นในการประเมินศักยภาพของคู่ค้า
ในบางกรณี การเข้าร่วมประมูลงาน หรือยื่นเสนอราคางานโครงการขนาดใหญ่ อาจมีเงื่อนไขกำหนดขั้นต่ำของทุนจดทะเบียนไว้ด้วย หากทุนต่ำเกินไป อาจไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมประมูล หรือทำให้เสียเปรียบคู่แข่งที่มีภาพลักษณ์และฐานทุนดูมั่นคงกว่า
ทุนจดทะเบียนบริษัท ต้องวางเงินจริงไหม?
คำถามนี้เป็นสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดมากที่สุด เพราะหลายคนคิดว่า “ทุนจดทะเบียน” คือเงินที่ต้องจ่ายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่ในความจริงแล้ว เงินส่วนนี้คือ “เงินลงทุนของผู้ถือหุ้น” ที่นำเข้ามาใช้ภายในบริษัทสำหรับดำเนินธุรกิจ
ตามกฎหมาย ผู้ถือหุ้นต้องชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของทุนจดทะเบียน
ตัวอย่างเช่น
- จดทุน 1,000,000 บาท
จะต้องชำระขั้นต่ำ
1,000,000×25%=250,000 บาท
คำว่า “ชำระขั้นต่ำ” หมายถึง การที่ผู้ถือหุ้นนำเงินลงทุนเข้ามาในบริษัทตามสัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่ ซึ่งเงินก้อนนี้จะกลายเป็นเงินทุนของบริษัท สามารถนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจได้
ถ้าจดทุนเกิน 5 ล้านบาท ต้องทำอะไรเพิ่ม?
หากบริษัทมีทุนจดทะเบียนเกิน 5 ล้านบาท จะต้องมีเอกสารยืนยันการชำระเงินจริง เช่น
- หนังสือรับรองยอดเงินจากธนาคาร
- หลักฐานการฝากเงิน
- หนังสือรับรองจากกรรมการบริษัท
เพื่อยืนยันว่ามีการลงทุนจริงตามที่แจ้งไว้
สามารถอ่านเพิ่มเติมไดที่ เพิ่มทุนจดทะเบียนเกิน 5 ล้าน
หากไม่ได้ลงเงินจริงมีผลกระทบอย่างไรบ้าง

แม้ในบางกรณีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะไม่ได้บังคับให้แสดงหลักฐานการนำเงินเข้าบริษัท แต่ในทางบัญชีและภาษี “ทุนจดทะเบียน” ควรมีการนำเงินเข้าจริงตามที่ระบุไว้ โดยเฉพาะส่วนที่มีการเรียกชำระค่าหุ้นขั้นต่ำ 25%
หากไม่มีการนำเงินเข้ามาจริง นักบัญชีมักจะต้องบันทึกรายการทางบัญชีเสมือนว่า บริษัทมีเงินสดจากการลงทุนเข้ามาแล้ว และหากเงินดังกล่าวไม่ได้อยู่ในบัญชีบริษัทจริง เมื่อปิดงบการเงิน รายการดังกล่าวอาจถูกบันทึกเป็น
- ลูกหนี้เงินยืมกรรมการ
- หรือกรรมการกู้ยืมเงินจากบริษัท
ซึ่งจะส่งผลตามมาในด้านบัญชีและภาษี เช่น
- บริษัทอาจต้องคิดดอกเบี้ยจากเงินที่กรรมการยืม
- ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นถือเป็นรายได้ของบริษัท
- บริษัทอาจมีหน้าที่นำส่งภาษีธุรกิจเฉพาะเพิ่มเติม
- งบการเงินอาจดูไม่สวยหรือขาดความน่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ หากในอนาคตบริษัทต้องการขอสินเชื่อ ขอเครดิตจากคู่ค้า หรือมีการตรวจสอบจากสถาบันการเงิน รายการลูกหนี้กรรมการจำนวนมาก อาจทำให้ถูกมองว่าบริษัทมีสภาพคล่องไม่ดี หรือมีการบริหารเงินที่ไม่เหมาะสมได้
ดังนั้น แม้กฎหมายบางกรณีจะไม่ได้กำหนดให้แสดงหลักฐานการชำระทุนตั้งแต่วันจดทะเบียน แต่ในทางปฏิบัติ ควรมีการนำเงินลงทุนเข้าบริษัทจริงตามสมควร เพื่อให้โครงสร้างบัญชีและภาษีของบริษัทถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น
สรุปสั้น ๆ เกี่ยวกับทุนจดทะเบียนบริษัท
- ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำตามกฎหมาย เริ่มต้นได้ที่ 10 บาท
- ผู้ถือหุ้นต้องชำระค่าหุ้นขั้นต่ำอย่างน้อย 25%
- หากทุนจดทะเบียนเกิน 5 ล้านบาท ต้องมีหลักฐานการชำระเงินจริง
- SME ส่วนใหญ่นิยมจดทุนประมาณ 1 ล้านบาท
- ทุนจดทะเบียนสามารถเพิ่มหรือลดภายหลังได้
- ทุนจดทะเบียนมีผลต่อความน่าเชื่อถือของบริษัท การเสนอราคา และการประมูลงาน
เพราะการเติบโตในธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญ
บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด เราเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชี และ ภาษี รวมไปถึงการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วน เราให้บริการมากกว่า 20 ปี สำหรับ
ใครมีข้อสงสัย ต้องการคำปรึกษา นรินทร์ทอง สามารถติดต่อสอบถามได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339