หจก กับ บริษัท ต่างกันยังไง? เราควรจดรูปแบบไหน?

เมื่อเราเริ่มทำธุรกิจมาระยะหนึ่งแล้ว และมีความคิดที่อยากจะจัดตั้งบริษัทเพื่อให้ธุรกิจมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น หรือจะขยายธุรกิจให้เติบโต โดยการเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาให้มาอยู่ในรูปแบบของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน แต่ยังไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง หจก กับ บริษัท ว่าแตกต่างกันอย่างไร แล้วจะเลือกจดทะเบียนแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับธุรกิจของคุณ

วันนี้ นรินทร์ทอง จะมาไขข้อสงสัย และแนะนำรูปแบบการจดทะเบียนทั้งรูปแบบ หจก กับ บริษัท ให้คุณสามารถเลือกจดทะเบียนได้ถูกต้อง ใครที่ไม่อยากเลือกพลาดต้องไปอ่านบทความนี้กันเลย!!



เลือกอ่านเนื้อหา




ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) คืออะไร?


ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) คือ นิติบุคคลที่มีผู้ร่วมลงทุนตั้งแต่
2 คนขึ้นไป โดยแบ่งหุ้นส่วนออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 

หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด มีอำนาจบริหารกิจการ และต้องรับผิดชอบหนี้สินของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน หากทรัพย์สินของกิจการไม่เพียงพอ อาจต้องนำทรัพย์สินส่วนตัวมาชำระหนี้ด้วย 

 หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด ซึ่งรับผิดชอบเพียงจำนวนเงินที่ลงทุนไว้ เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจครอบครัวที่ต้องการโครงสร้างการบริหารที่ไม่ซับซ้อน

ตัวอย่าง: นาย A และนาย B ร่วมกันเปิดร้านกาแฟ โดยนาย A เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ลงทุน 200,000 บาท และบริหารกิจการ ส่วนนาย B ลงทุน 100,000 บาท แต่ไม่ได้บริหารกิจการ หากต่อมาห้างหุ้นส่วนมีหนี้ 800,000 บาท และทรัพย์สินของกิจการไม่เพียงพอ นาย A อาจต้องรับผิดชอบหนี้ส่วนที่เหลือด้วยทรัพย์สินส่วนตัว ขณะที่นาย B รับผิดชอบสูงสุดเพียง 100,000 บาท ตามจำนวนเงินที่ลงทุนไว้

บริษัทจำกัด (บจก.) คืออะไร?

บริษัทจำกัด (บจก.) คือ นิติบุคคลที่แบ่งทุนออกเป็นหุ้น มีผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 2 คน ผู้ถือหุ้นแต่ละคนรับผิดชอบหนี้สินของบริษัทไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ถือไว้ จึงช่วยแยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากทรัพย์สินของกิจการได้อย่างชัดเจน เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีแผนเติบโต ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ หรือมีเป้าหมายในการขยายกิจการในอนาคต

ตัวอย่าง: นาย A และนาย B ร่วมกันจัดตั้งบริษัท ABC จำกัด โดยจดทะเบียนทุน 1,000,000 บาท และถือหุ้นคนละ 50% หากในอนาคตบริษัทประสบปัญหาขาดทุนหรือมีหนี้สิน เจ้าหนี้สามารถเรียกร้องชำระหนี้จากทรัพย์สินของบริษัทได้ แต่โดยหลักแล้วจะไม่สามารถเรียกร้องให้ผู้ถือหุ้นนำทรัพย์สินส่วนตัว เช่น บ้านหรือรถยนต์ มาชำระหนี้ของบริษัทได้ เนื่องจากผู้ถือหุ้นมีความรับผิดจำกัดตามกฎหมาย 


หากต้องการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) และ บริษัทจำกัด (บจก.) แบบเข้าใจง่าย สามารถดูสรุปได้จากตารางด้านล่าง ก่อนอ่านรายละเอียดในแต่ละหัวข้อ

หัวข้อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บริษัทจำกัด (บจก.)
ผู้ก่อตั้ง 2 คนขึ้นไป 2 คนขึ้นไป
ความรับผิด หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดรับผิดไม่จำกัด ส่วนหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดรับผิดไม่เกินเงินลงทุน  ผู้ถือหุ้นรับผิดไม่เกินจำนวนค่าหุ้นที่ถือ
ผู้บริหาร หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการบริษัท
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน 1,000 บาท* 5,000 บาท*
ภาษี เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราเดียวกับบริษัท (SME 0%–20% / กิจการทั่วไป 20%) เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราเดียวกับห้างหุ้นส่วน (SME 0%–20% / กิจการทั่วไป 20%)
ความน่าเชื่อถือ ปานกลาง เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก–กลาง สูง เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการขยายกิจการหรือทำงานกับองค์กรขนาดใหญ่

* ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 

หจก กับ บริษัท ต่างกันยังไง?

หลายคนอาจจะสงสัยว่าการเลือกจดทะเบียนทั้งแบบบริษัท หรือแบบห้างหุ้นส่วนต่างกันอย่างไร มาดูกันทีละข้อเลย!!

หจก กับ บริษัท ต่างกันยังไง?

1 . อย่างแรกเลยนั่นก็คือ จำนวนผู้ร่วมลงทุน (จำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้ก่อตั้ง)

  • บริษัทจำกัด : ผู้ร่วมลงทุนหรือว่าผู้ถือหุ้นจะต้องมีอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป ถึงจะสามารถจัดตั้งบริษัท จำกัดได้
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด : นั้น สามารถจัดตั้งได้โดยต้องมีผู้ร่วมลงทุนหรือผู้ถือหุ้น 2 คน ขึ้นไป

2. การลงทุนระหว่าง หจก กับ บริษัท

บริษัทจำกัด : การลงทุนจะอยู่ในรูปแบบ ทุนเรือนหุ้น โดยแบ่งทุนออกเป็นหุ้น ซึ่งหุ้นทุกหุ้นต้องมีมูลค่าเท่ากันและมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท ผู้ถือหุ้นจะชำระค่าหุ้นตามมูลค่าที่กำหนด และสามารถโอนหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นรายอื่นหรือบุคคลภายนอกได้ตามข้อบังคับของบริษัท 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด : การลงทุนแบ่งออกเป็น 2 ประเภทของหุ้นส่วน ได้แก่

  • หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด มีอำนาจบริหารกิจการ สามารถลงทุนได้ทั้งเงินสด ทรัพย์สิน หรือแรงงาน และต้องรับผิดชอบหนี้สินของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน
  • หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด ไม่มีอำนาจบริหารกิจการ รับผิดชอบหนี้สินไม่เกินจำนวนเงินที่ลงทุน และสามารถลงทุนได้ด้วยเงินสดหรือทรัพย์สิน

3. ความรับผิดชอบ

  • บริษัทจำกัด : ผู้ถือหุ้นแต่ละคนรับผิดจำกัด ไม่เกินจำนวนเงินที่ลงหุ้น
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด : หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ต้องรับผิดชอบหนี้สินของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน (รวมถึงทรัพย์สินส่วนตัว) ส่วนหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด รับผิดชอบไม่เกินจำนวนเงินที่ลงทุนไว้ 

4. ค่าธรรมเนียม 

  • บริษัทจำกัด : บริษัท จำกัด ค่าธรรมเนียมจัดตั้งจะอยู่ที่ 5,000 บาท 
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด : ห้างหุ้นส่วน จำกัด ค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ 1,000 บาท

5.ผู้บริหาร

บริษัทจำกัด

  • บริหารงานโดยกรรมการบริษัท ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมติของผู้ถือหุ้น
  • กรรมการมีหน้าที่ดำเนินงานและเป็นผู้แทนบริษัทตามกฎหมาย

ห้างหุ้นส่วนจำกัด

  • บริหารงานโดยหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (หุ้นส่วนผู้จัดการ)
  • หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดไม่มีอำนาจบริหารกิจการ เว้นแต่กฎหมายหรือข้อตกลงกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

หจก กับ บริษัท

 6. การปิดงบการเงินประจำปี

  • การปิดงบการเงินประจำปีของ บริษัท จำกัด : สามารถให้ผู้สอบบัญชี (CPA) เซ็นรับรองงบการเงินได้
  • การปิดงบการเงินประจำปีของ ห้างหุ้นส่วน จำกัด : สามารถให้ผู้สอบบัญชี (CPA) หรือสามารถให้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) เซ็นรับรองงบการเงินได้

  7.อัตราภาษี 

บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจำกัดมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเช่นเดียวกัน โดยกิจการที่เข้าเกณฑ์ SME จะได้รับสิทธิใช้อัตราภาษีแบบขั้นบันได ส่วนกิจการทั่วไปเสียภาษีในอัตรา 20% ของกำไรสุทธิ 

 8. ความน่าเชื่อถือ

    • บริษัทจำกัด : สูง
    • ห้างหุ้นส่วนจำกัด : ปานกลาง

สรุปแล้วการจดทะเบียนแบบไหนเด่น และดีด้านไหนบ้าง ?

หจก กับ บริษัท

  • บริษัทจำกัด : การจดทะเบียนแบบบริษัทจำกัดมีความน่าเชื่อถือมากกว่า มีแบบแผน มีความมั่นคงมากกว่า เช่น ในการตัดสินใจจะต้องมีการประชุมลงมติกัน ซึ่งการดำเนินการแบบนี้ช่วยให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างมีแบบแผน โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ง่าย เหมาะกับธุรกิจที่ต้องติดต่อกับคนจำนวนมากๆ และข้อดีสำคัญอีกอย่างก็คือสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากกว่า
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด : ในส่วนของการดำเนินงานแบบห้างหุ้นส่วนนั้นมีความได้เปรียบกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องมีการประชุมลงมติเหมือนเช่นบริษัท ทำให้การเปลี่ยนแปลงหรือการตัดสินใจทำได้เร็ว มีความยืดหยุ่นมากกว่า เหมาะสำหรับธุรกิจเล็กๆ หรือธุรกิจครอบครัว และในส่วนของห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมีขั้นตอนการจดทะเบียนที่ง่ายกว่าและมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าอีกด้วย

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ พอจะเข้าใจเรื่องการจดทะเบียนแต่ละแบบขึ้นไหม การจดทะเบียนแต่ละแบบขึ้นอยู่กับว่าบริษัทของคุณเป็นรูปแบบไหน มีเงื่อนไขครบตามที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ เพราะการจดทะเบียนแต่ละแบบมีความแตกต่างกัน ดังนั้นในการเลือกจดทะเบียนก็ควรเลือกที่เหมาะสมกับลักษณะของการดำเนินธุรกิจให้มากที่สุด และต้องไม่ลืมคำนึงถึงการเติบโตของกิจการในอนาคตด้วย เพียงเท่านี้คุณบริษัทของคุณก็จะเหมือนเติบโตไปอีกขั้นหนึ่ง และหากใครที่อยากจดทะเบียนบริษัทต้องเลือกสำนักงานบัญชีที่ดีมีมาตรฐาน และมีความประสบการณ์ในการจดทะเบียนบริษัทอย่างที่ นรินทร์ทอง เพราะเราเป็นสำนักงานบัญชีที่ให้บริการมามากกว่า 20 ปี ที่พร้อมจะช่วยให้ธุรกิจของคุณพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด!!

 

อยากจดทะเบียน บริษัท กับ ห้างหุ้นส่วน เลือกทำที่นรินทร์ทอง

สำหรับใครที่สนใจจะจดทะเบียนบริษัท ยื่นภาษีอากร หรือทำบัญชีบริษัท ต้องเลือกทำกับ บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชี และภาษี รวมไปถึงการจดทะเบียนนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี ทำให้มั่นใจได้เลยว่าหากเลือกใช้บริการกับเรา จะทำให้ธุรกิจของคุณพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดแน่นอน อยากเติบโตในธุรกิจเลือก Narinthong !!

  • บริการส่งภาษีอากร
  • บริการจดทะเบียนบริษัท
  • บริการทำเงินเดือนพนักงาน
  • บริการรับทำบัญชี

นรินทร์ทองอยากให้ธุรกิจของคุณพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด

 

ใครมีข้อสงสัย ต้องการคำปรึกษา นรินทร์ทอง สามารถติดต่อสอบถามได้ที่…

Facebook : NarinthongOfficial

E-mail : narinthong.ac@gmail.com

Line : @Narinthong

Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Frequently Asked Questions

หจก. กับ บริษัท ต่างกันยังไง?

จำนวนผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ?

รูปแบบการลงทุนต่างกันอย่างไร?

ความรับผิดตามกฎหมาย?