หากพูดถึง “การยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย” สำหรับเจ้าของธุรกิจนั้น มีหลายขั้นตอน และมีเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้อง หากคุณคือผู้ประกอบการมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในเรื่องนี้ เพราะ “ภาษี” เป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกธุรกิจ ถึงแม้ว่าธุรกิจส่วนใหญ่จะจ้างนักบัญชีไว้คอยดูแลจัดการเรื่องภาษี แต่ผู้ประกอบการควรมีความรู้เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน วันนี้ นรินทร์ทอง จึงอยากมาให้ความรู้เกี่ยวกับ การ ยื่น ภาษี หัก ณ ที่ จ่าย สำหรับธุรกิจว่า ควรเสียยังไง? แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง? เพื่อเป็นคู่มือให้กับผู้ประกอบการมือใหม่ ได้ยื่นภาษีอย่างถูกต้อง
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร?
ก่อนรู้วิธีการเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย มาทำความรู้จักภาษีประเภทนี้กันก่อน สำหรับคำว่า “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)” คือ คือ ระบบการจัดเก็บภาษีล่วงหน้าประเภทหนึ่งที่กรมสรรพากรกำหนดขึ้น โดยผู้จ่ายเงินได้บางประเภทมีหน้าที่ต้อง หักเงินจำนวนหนึ่งไว้จากเงินที่จ่ายให้แก่ผู้รับ แล้วนำเงินที่หักไว้นั้นไป นำส่งให้แก่กรมสรรพากร แทนผู้รับเงินได้
ยกตัวอย่างเช่น: คุณเป็นเจ้าของธุรกิจ และจ้างฟรีแลนซ์มาทำงานให้คุณ เมื่อคุณจ่ายเงินค่าจ้างให้ฟรีแลนซ์ 1,000 บาท กฎหมายอาจจะกำหนดให้คุณต้องหักภาษีไว้ 3% (30 บาท) คุณจะจ่ายเงินให้ฟรีแลนซ์เพียง 970 บาท ส่วนอีก 30 บาทนั้น คุณมีหน้าที่นำไปจ่ายให้กรมสรรพากรแทนฟรีแลนซ์
แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับ การยื่นภาษี หัก ณ ที่ จ่าย
หากพูดถึงแบบฟอร์ม การยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจ เพราะเกี่ยวข้องกับการนำส่งภาษีให้กับกรมสรรพากรอย่างถูกต้องและตรงเวลา ซึ่งแบบฟอร์มที่ใช้ในการยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะของเงินได้ที่จ่ายไป โดยรายละเอียดของแต่ละแบบฟอร์ม มีดังนี้
1. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (มาตรา 50 ทวิ หรือ 50 ทวิ/ป.ม.ร.)
- เป็นเอกสารที่มีรายละเอียดของ ผู้จ่ายเงิน ผู้รับเงิน ประเภทเงินได้ที่จ่าย ยอดเงินได้ที่จ่าย และยอดภาษีที่หักไว้ โดยผู้จ่ายเงิน มีหน้าที่ต้องออกให้แก่ผู้รับเงินทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า มีการหักภาษีไปแล้วเท่าไหร่ โดยรายละเอียดในแบบฟอร์ม ได้แก่
- ชื่อ-นามสกุล/ชื่อบริษัท และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้จ่ายเงิน
- ชื่อ-นามสกุล/ชื่อบริษัท และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้รับเงิน
- ประเภทของเงินได้ที่จ่าย (เช่น เงินเดือน, ค่าบริการ, ค่าเช่า, ดอกเบี้ย)
- ยอดเงินได้ที่จ่ายทั้งสิ้น
- ยอดภาษีที่หักไว้และนำส่งแล้ว
- วันที่ออกหนังสือรับรอง
2. แบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (รายเดือน/รายงวด)
- เป็นแบบฟอร์มที่ผู้หักภาษีต้องนำส่งกรมสรรพากร ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์) ของเดือนที่มีการจ่ายเงินได้
- ภ.ง.ด. 1 (ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินเดือน/ค่าจ้าง/ค่าตอบแทนพนักงาน) – ใช้สำหรับหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก เงินเดือน, ค่าจ้าง, เบี้ยเลี้ยง, โบนัส, ค่าล่วงเวลา, ค่าคอมมิชชั่น และประโยชน์อื่นๆ ที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างหรือพนักงาน
- ภ.ง.ด. 2 (ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินปันผล/ดอกเบี้ย/ค่าเช่าบางประเภท) – ใช้สำหรับหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก ดอกเบี้ย, เงินปันผล, เงินส่วนแบ่งกำไร, ค่าลดหย่อนจากการประกันชีวิต/เงินสะสมสหกรณ์, และค่าเช่าทรัพย์สินบางประเภท (ที่ไม่ได้อยู่ใน ภ.ง.ด. 3)
- ภ.ง.ด. 3 (ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าบริการ/ค่าเช่า/วิชาชีพอิสระ ที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา) – การหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก ค่าบริการ, ค่าจ้าง, ค่าเช่าทรัพย์สินทั่วไป, ค่าวิชาชีพอิสระ (เช่น แพทย์, วิศวกร, ทนายความ, นักบัญชี, สถาปนิก), ค่าโฆษณา, ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย, ค่าขนส่ง ฯลฯ ที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา
- ภ.ง.ด. 53 (ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าบริการ/ค่าเช่า/โฆษณา/ขนส่ง ที่จ่ายให้ นิติบุคคล) – การหักภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก ค่าบริการ, ค่าจ้าง, ค่าเช่าทรัพย์สิน, ค่าโฆษณา, ค่าขนส่ง, ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย ฯลฯ ที่จ่ายให้นิติบุคคล (เช่น บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด)
- ภ.ง.ด. 54 (ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่จ่ายไปต่างประเทศ) – การหักภาษีจากเงินได้ที่จ่ายไปต่างประเทศให้กับนิติบุคคล ที่ไม่ได้เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย (เช่น ค่าลิขสิทธิ์, ค่าธรรมเนียมบริการทางเทคนิค)
3. แบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (สรุปประจำปี)
- เป็นแบบฟอร์มที่เจ้าของธุรกิจมีหน้าที่นำส่งกรมสรรพากร ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป (สำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นในปีภาษีที่ผ่านมา) เพื่อสรุปยอดรวมทั้งปี
ทั้งนี้คุณสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มเหล่านี้ ได้จากเว็บไซต์ของกรมสรรพากร (www.rd.go.th) หรือใช้บริการยื่นแบบออนไลน์ ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการกรอกและคำนวณได้อย่างมาก
ขั้นตอนการ ยื่น ภาษี หัก ณ ที่ จ่าย
สำหรับท่านใดที่ต้องการยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร (e-Filing) ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว ที่สำคัญการยื่นผ่านระบบออนไลน์ ยังได้รับสิทธิขยายเวลายื่นแบบออกไปอีก 8 วัน อีกด้วย! (จากวันที่ 7 เป็นวันที่ 15 ของเดือนถัดไป) ทางเจ้าของธุรกิจสามารถทำตามขั้นตอนง่ายๆ ได้ดังนี้
1. ลงทะเบียนและเข้าสู่ระบบ
- ในกรณีที่ยังไม่เคยลงทะเบียน
- ให้ไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th
- เลือกเมนู “e-Filing” หรือ “ยื่นแบบออนไลน์”
- คลิก “ลงทะเบียน” และกรอกข้อมูลตามที่ระบบกำหนด
- เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และ รหัสผ่าน ที่ตั้งไว้เพื่อเข้าสู่ระบบ
- ในกรณีที่เคยลงทะเบียนแล้ว
- ไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร จากนั้นเลือกเมนู e-Filing และ Log-in เข้าสู่ระบบ
2. เลือกแบบฟอร์มที่ต้องการยื่น
- ในขั้นตอนนี้คุณต้องเลือกแบบฟอร์มภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินของคุณ
- เลือกงวดภาษี โดยทำการระบุ ปีภาษี และ เดือนที่เกิดรายการ (เดือนที่คุณจ่ายเงินและหักภาษีไว้)
3. กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มออนไลน์ – ในขั้นตอนนี้คือ การป้อนข้อมูลรายละเอียดการหักภาษี ณ ที่จ่าย
- เลือกประเภทการยื่น – มีทั้งยื่นปกติ สำหรับการยื่นครั้งแรกในงวดนั้นๆ และ ยื่นเพิ่มเติม สำหรับกรณีที่เคยยื่นไปแล้วแต่ต้องการแก้ไขข้อมูลหรือเพิ่มรายการ
- กรอกข้อมูลผู้หักภาษี – ข้อมูลส่วนใหญ่จะถูกดึงมาจากข้อมูลการลงทะเบียนของคุณอยู่แล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องให้เรียบร้อย
- กรอกรายละเอียดผู้ถูกหักภาษี
- ระบุ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้รับเงิน (เช่น เลขบัตรประชาชนของพนักงาน/ฟรีแลนซ์ หรือเลขทะเบียนนิติบุคคลของบริษัทคู่ค้า)
- ระบุ ชื่อ-นามสกุล หรือ ชื่อนิติบุคคลของผู้รับเงิน
- ระบุ ประเภทเงินได้ ที่จ่าย
- ระบุ ยอดเงินได้ที่จ่าย ทั้งสิ้น
- ระบุ ยอดภาษีที่หักไว้
- หากมีการจ่ายเงินให้ผู้รับหลายราย ให้คลิก “เพิ่มรายการ” หรือ “Add Item” เพื่อกรอกข้อมูลของผู้รับเงินแต่ละราย
- เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด โดยเฉพาะยอดเงินได้และยอดภาษีที่หักไว้
4. ยืนยันการยื่นแบบและเลือกช่องทางการชำระภาษี
- คลิกปุ่ม “ยืนยันการยื่นแบบ” หรือ “Submit” ระบบจะแสดงข้อมูลสรุปให้คุณตรวจสอบอีกครั้ง จากนั้นเลือกช่องทางการชำระภาษี เช่น Internet Banking/Mobile Banking, QR Code หรือบัตรเครดิต (มีค่าธรรมเนียม)
5. ชำระภาษี– นำข้อมูลจากใบแจ้งการชำระเงิน ไปดำเนินการชำระเงินตามช่องทางที่คุณเลือก (เช่น เข้าสู่ระบบ Internet Banking ของธนาคารเพื่อทำการโอนเงิน) หลังจากนั้นระบบจะใช้เวลาในการประมวลผล คุณสามารถกลับมาตรวจสอบสถานะ การชำระเงินในระบบ e-Filing ได้
ทั้งหมดนี้คือ ขั้นตอนการยื่นภาษี หัก ณ ที่จ่าย ผ่านระบบออนไลน์ e-Filing ช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถจัดการเรื่องภาษีได้ง่ายขึ้น
ยื่น ภาษี หัก ณ ที่ จ่าย กับ นรินทร์ทอง เราพร้อมให้คำปรึกษา และบริการที่ครอบคลุม
หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ การ ยื่น ภาษี หัก ณ ที่ จ่าย จะเห็นว่ามีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกฎหมาย และแน่นอนว่าการยื่นผ่านระบบออนไลน์ในปัจจุบัน เป็นเรื่องง่ายที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าคุณประกอบธุรกิจขนาดปานกลาง-ใหญ่ หรือมีรายการหัก ณ ที่จ่ายที่ซับซ้อน/จำนวนมาก การยื่นผ่านระบบออนไลน์ด้วยตนเอง อาจมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย เพราะฉะนั้น การใช้บริการสำนักงานบัญชี จะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว เพราะช่วยลดความเสี่ยง ประหยัดเวลา และทำให้คุณมั่นใจในความถูกต้อง
หากคุณกำลังมองหา สำนักงานบัญชีที่เป็นทั้งที่ปรึกษาด้านการวางแผนภาษี และบัญชีโดยรวมของธุรกิจ ขอแนะนำ นรินทร์ทอง สำนักงานบัญชีที่เข้าใจธุรกิจทุกรูปแบบ และพร้อมเดินเคียงข้างคุณทุกขั้นตอน ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
- การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
- รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
- งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
- ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339