เมื่อเราเริ่มทำธุรกิจมาระยะหนึ่งแล้ว และมีความคิดที่อยากจะจัดตั้งบริษัทเพื่อให้ธุรกิจมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น หรือจะขยายธุรกิจให้เติบโต โดยการเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาให้มาอยู่ในรูปแบบของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน แต่ยังไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง หจก กับ บริษัท ว่าแตกต่างกันอย่างไร แล้วจะเลือกจดทะเบียนแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับธุรกิจของคุณ
วันนี้ นรินทร์ทอง จะมาไขข้อสงสัย และแนะนำรูปแบบการจดทะเบียนทั้งรูปแบบ หจก กับ บริษัท ให้คุณสามารถเลือกจดทะเบียนได้ถูกต้อง ใครที่ไม่อยากเลือกพลาดต้องไปอ่านบทความนี้กันเลย!!
เลือกอ่านเนื้อหา
หจก กับ บริษัท ต่างกันยังไง?
หลายคนอาจจะสงสัยว่าการเลือกจดทะเบียนทั้งแบบบริษัท หรือแบบห้างหุ้นส่วนต่างกันอย่างไร มาดูกันทีละข้อเลย!!
จำนวนผู้ร่วมลงทุน (จำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้ก่อตั้ง)
บริษัทจำกัด
-
ปัจจุบันสามารถจัดตั้งได้โดยมี ผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 2 คน
-
(ปรับตามกฎหมายใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566)
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
-
-
ต้องมีผู้ร่วมลงทุน อย่างน้อย 2 คนขึ้นไป
-
2. รูปแบบการลงทุน
-
บริษัทจำกัด
-
เป็นการลงทุนในรูปแบบ ทุนเรือนหุ้น (Capital Stock)
-
ต้องแบ่งทุนออกเป็นหุ้น มูลค่าหุ้นต้องเท่ากัน
-
มูลค่าหุ้น ไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท
-
การลงทุนต้องเป็น เงินสดเท่านั้น
-
หุ้นสามารถโอนให้กัน หรือโอนให้บุคคลภายนอกได้ (ตามข้อบังคับบริษัท)
ตัวอย่าง: บริษัท ABC มีผู้ถือหุ้น 2 คน
ผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น มูลค่าหุ้น เงินลงทุน นาย A 5,000 หุ้น 10 บาท 50,000 บาท นาย B 5,000 หุ้น 10 บาท 50,000 บาท รวม 10,000 หุ้น 100,000 บาท หมายความว่า
-
นาย A และ นาย B เป็นเจ้าของบริษัท คนละ 50%
-
สิทธิในการออกเสียงและรับเงินปันผล จะเป็นไปตามสัดส่วนหุ้นที่ถือ
-
-
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
แบ่งหุ้นส่วนออกเป็น 2 ประเภท-
หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (หุ้นส่วนผู้จัดการ)
-
มีอำนาจบริหารกิจการ
-
สามารถลงทุนได้ทั้ง เงินสด ทรัพย์สิน หรือแรงงาน
-
หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด
-
ไม่มีอำนาจบริหารกิจการ
-
ลงทุนได้เฉพาะ เงินสด หรือทรัพย์สิน
-
รับผิดไม่เกินเงินที่ลงทุน
-
ตัวอย่าง
นาย A ลงเงิน 200,000 บาท เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ
นาย B ไม่ลงเงิน แต่ลงแรงดูแลร้าน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ
นาย C ลงเงิน 100,000 บาท แต่ไม่บริหาร เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด
3. ความรับผิดชอบตามกฎหมาย
บริษัทจำกัด
-
ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัด ไม่เกินจำนวนเงินที่ถือหุ้น
-
ตัวอย่าง
หากบริษัท ABC เป็นหนี้ 500,000 บาท
นาย A และ นาย B ไม่ต้องนำทรัพย์สินส่วนตัวมาชำระหนี้
รับผิดสูงสุดเพียงคนละ 50,000 บาท เท่านั้นนี่คือข้อได้เปรียบสำคัญของการจดทะเบียนเป็น บริษัทจำกัด
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
-
หุ้นส่วนผู้จัดการรับผิด ไม่จำกัดจำนวน (รวมถึงทรัพย์สินส่วนตัว)
-
หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด รับผิดเฉพาะเงินที่ลงทุน
-
ตัวอย่าง
หจก. มีหนี้ 1 ล้านบาท
หุ้นส่วนผู้จัดการอาจต้องนำทรัพย์สินส่วนตัวมาชำระหนี้
4. ค่าธรรมเนียม
- บริษัทจำกัด : บริษัท จำกัด ค่าธรรมเนียมจัดตั้งจะอยู่ที่ 5,000 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด : ห้างหุ้นส่วน จำกัด ค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ 1,000 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)
-
5. การปิดงบการเงินประจำปี
บริษัทจำกัด
-
ต้องให้ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและเซ็นรับรองงบการเงิน
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
-
สามารถใช้
-
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) หรือ
-
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA)
-
-
(ขึ้นอยู่กับขนาดและเงื่อนไขของกิจการ)
-
6. อัตราภาษี (อัปเดตปัจจุบัน)
ทั้ง บริษัทจำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัด ถือเป็น นิติบุคคล ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเหมือนกัน
-
อัตราภาษีทั่วไป: 20% ของกำไรสุทธิ
-
สำหรับ SMEs อาจได้รับอัตราภาษีพิเศษแบบขั้นบันได (0%–20%)
-
ต้องยื่นงบการเงิน และแบบภาษีต่อ กรมสรรพากร ทุกปี
7. ความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ
-
บริษัทจำกัด : ความน่าเชื่อถือสูง เหมาะกับการขอสินเชื่อ หรือทำธุรกิจกับองค์กรขนาดใหญ่
-
ห้างหุ้นส่วนจำกัด : ความน่าเชื่อถือปานกลาง เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก–กลาง
สรุปแล้วการจดทะเบียนแบบไหนเด่น และดีด้านไหนบ้าง ?
- บริษัทจำกัด : การจดทะเบียนแบบบริษัทจำกัดมีความน่าเชื่อถือมากกว่า มีแบบแผน มีความมั่นคงมากกว่า เช่น ในการตัดสินใจจะต้องมีการประชุมลงมติกัน ซึ่งการดำเนินการแบบนี้ช่วยให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างมีแบบแผน โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ง่าย เหมาะกับธุรกิจที่ต้องติดต่อกับคนจำนวนมากๆ และข้อดีสำคัญอีกอย่างก็คือสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากกว่า
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด : ในส่วนของการดำเนินงานแบบห้างหุ้นส่วนนั้นมีความได้เปรียบกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องมีการประชุมลงมติเหมือนเช่นบริษัท ทำให้การเปลี่ยนแปลงหรือการตัดสินใจทำได้เร็ว มีความยืดหยุ่นมากกว่า เหมาะสำหรับธุรกิจเล็กๆ หรือธุรกิจครอบครัว และในส่วนของห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมีขั้นตอนการจดทะเบียนที่ง่ายกว่าและมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าอีกด้วย
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ พอจะเข้าใจเรื่องการจดทะเบียนแต่ละแบบขึ้นไหม การจดทะเบียนแต่ละแบบขึ้นอยู่กับว่าบริษัทของคุณเป็นรูปแบบไหน มีเงื่อนไขครบตามที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ เพราะการจดทะเบียนแต่ละแบบมีความแตกต่างกัน ดังนั้นในการเลือกจดทะเบียนก็ควรเลือกที่เหมาะสมกับลักษณะของการดำเนินธุรกิจให้มากที่สุด และต้องไม่ลืมคำนึงถึงการเติบโตของกิจการในอนาคตด้วย เพียงเท่านี้คุณบริษัทของคุณก็จะเหมือนเติบโตไปอีกขั้นหนึ่ง และหากใครที่อยากจดทะเบียนบริษัทต้องเลือกสำนักงานบัญชีที่ดีมีมาตรฐาน และมีความประสบการณ์ในการจดทะเบียนบริษัทอย่างที่ นรินทร์ทอง เพราะเราเป็นสำนักงานบัญชีที่ให้บริการมามากกว่า 20 ปี ที่พร้อมจะช่วยให้ธุรกิจของคุณพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด!!
อยากจดทะเบียน บริษัท กับ ห้างหุ้นส่วน เลือกทำที่นรินทร์ทอง
สำหรับใครที่สนใจจะจดทะเบียนบริษัท ยื่นภาษีอากร หรือทำบัญชีบริษัท ต้องเลือกทำกับ บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชี และภาษี รวมไปถึงการจดทะเบียนนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี ทำให้มั่นใจได้เลยว่าหากเลือกใช้บริการกับเรา จะทำให้ธุรกิจของคุณพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดแน่นอน อยากเติบโตในธุรกิจเลือก Narinthong !!
- บริการส่งภาษีอากร
- บริการจดทะเบียนบริษัท
- บริการทำเงินเดือนพนักงาน
- บริการรับทำบัญชี
นรินทร์ทองอยากให้ธุรกิจของคุณพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด
ใครมีข้อสงสัย ต้องการคำปรึกษา นรินทร์ทอง สามารถติดต่อสอบถามได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339