หลายบริษัทตอนเริ่มต้นธุรกิจ มักเลือกจดทะเบียนด้วยทุนไม่สูงมาก เพราะต้องการเริ่มต้นให้เร็ว และควบคุมต้นทุนในช่วงแรก แต่เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้น การขยายทีมงาน การเปิดสาขา หรือแม้แต่การดึงพาร์ทเนอร์เข้ามาร่วมลงทุน “ทุนเดิม” ที่เคยเพียงพอ อาจเริ่มไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายธุรกิจเริ่มมองหาแนวทาง “เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัท” เพื่อรองรับการเติบโต และเพิ่มความพร้อมให้กับกิจการในระยะยาว เพราะการเพิ่มทุน ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ไขตัวเลขในเอกสารบริษัทเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความพร้อมของธุรกิจ ทั้งในด้านการเงิน ความน่าเชื่อถือ และโอกาสในการขยายกิจการในอนาคต
บทความนี้ นรินทร์ทอง จะพาคุณมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ
- การเพิ่มทุน คืออะไร
- บริษัทควรเพิ่มทุนตอนไหน
- ขั้นตอนการเพิ่มทุนจดทะเบียน
- เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นเพิ่มทุน
เลือกอ่านเนื้อหา
เพิ่มทุนจดทะเบียน คืออะไร
การเพิ่มทุน คือ การเพิ่มจำนวนทุนของบริษัทจากทุนเดิมที่เคยจดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยบริษัทจะทำการออกหุ้นเพิ่มทุน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นเดิม หรือผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาถือหุ้นเพิ่มเติมตามสัดส่วนที่กำหนด
ตัวอย่างเช่น
เดิมบริษัทมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท อาจเพิ่มเป็น 3 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ หรือเพิ่มสภาพคล่องภายในกิจการ
ทั้งนี้ การเพิ่มทุนจะต้องได้รับมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และดำเนินการจดทะเบียนแก้ไขกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย
เพิ่มทุนจดทะเบียน ควรทำเมื่อไร
1. ธุรกิจเริ่มโต แต่เงินทุนเริ่มตามไม่ทัน
หลายบริษัทตอนเริ่มต้นอาจจดทุนไว้ไม่สูงมาก เพราะยังอยู่ในช่วงทดลองตลาด หรือยังไม่แน่ใจทิศทางธุรกิจในระยะยาว แต่เมื่อทำธุรกิจไปสักพัก ยอดขายเริ่มเติบโต ลูกค้าเริ่มเพิ่มขึ้น หรือมีโอกาสขยายธุรกิจเข้ามา สิ่งที่ตามมาคือ “ต้นทุน” ที่สูงขึ้นแทบทุกด้าน
บางธุรกิจเริ่มมีออเดอร์เข้ามาเยอะ แต่กำลังผลิตไม่พอ บางบริษัทอยากเปิดสาขาเพิ่ม แต่เงินทุนหมุนเวียนเริ่มตึง หรือบางแห่งแค่การเพิ่มพนักงาน ก็ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อเดือนสูงขึ้นอย่างชัดเจน
ในจุดนี้ หลายเจ้าของธุรกิจจึงเลือกเพิ่มทุนจดทะเบียน เพื่อเติมเงินเข้าสู่บริษัท และช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายต่อได้ โดยไม่จำเป็นต้องรีบกู้ธนาคาร หรือแบกรับภาระดอกเบี้ยเร็วเกินไป
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย เช่น
- เปิดสาขาเพิ่ม
- เพิ่มเครื่องจักร หรือกำลังการผลิต
- เพิ่มทีมงาน
- เพิ่มสต๊อกสินค้า
- ลงทุนระบบ ERP หรือ Software ภายในบริษัท
2. ต้องการดึงพาร์ทเนอร์ หรือผู้ร่วมลงทุนเข้ามาช่วยต่อยอดธุรกิจ
เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตถึงระดับหนึ่ง หลายบริษัทเริ่มมองว่า “การเติบโตต่อ” อาจต้องใช้มากกว่าเงินทุน เพราะบางครั้งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้เงิน คือ ความรู้ ประสบการณ์จากพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ
ด้วยเหตุนี้ หลายบริษัทจึงเลือกเพิ่มทุน และเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมลงทุนรายใหม่เข้ามาถือหุ้น เพื่อช่วยผลักดันธุรกิจให้เติบโตได้เร็วขึ้น
บางรายอาจได้พาร์ทเนอร์ที่มีฐานลูกค้าเดิม บางรายได้คนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือมีเครือข่ายที่ช่วยให้ธุรกิจขยายตลาดได้ง่ายกว่าเดิม
แม้ว่าสัดส่วนหุ้นของเจ้าของเดิมอาจลดลง แต่ในหลายกรณี สิ่งที่ได้กลับมาคือโอกาสในการเติบโตที่เร็วขึ้น รายได้ที่มากขึ้น และศักยภาพของบริษัทที่แข็งแรงกว่าเดิม
3. บริษัทเริ่มมีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน
ไม่ใช่ทุกบริษัทที่เพิ่มทุนเพราะธุรกิจกำลังเติบโต บางครั้งการเพิ่มทุนเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทกำลังต้องการ “พยุงสภาพคล่อง” มากกว่า
โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว หรือยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า หลายธุรกิจอาจเริ่มมีปัญหาเงินสดหมุนเวียนไม่พอ รายรับเข้าช้ากว่ารายจ่าย หรือมีต้นทุนภายในที่ต้องรับผิดชอบต่อเนื่องทุกเดือน
บางบริษัทเริ่มจ่าย Supplier ล่าช้า บางแห่งเริ่มมีภาระค่าใช้จ่ายสะสม หรือขอสินเชื่อธนาคารเพิ่มเติมได้ยาก ทำให้สุดท้ายผู้ถือหุ้นเดิมต้องนำเงินกลับเข้ามาช่วยบริษัท ผ่านการเพิ่มทุน
การเพิ่มทุนในลักษณะนี้ ถือเป็นอีกวิธีที่ช่วยเสริมสภาพคล่อง และช่วยให้ธุรกิจยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงที่กิจการกำลังเผชิญปัญหาทางการเงิน
ข้อดีของการเพิ่มทุนจดทะเบียน
การเพิ่มทุนจดทะเบียน ไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องเงินทุนหมุนเวียน แต่ยังช่วยเพิ่มความพร้อมให้ธุรกิจในหลายด้าน เช่น
- เพิ่มความน่าเชื่อถือให้บริษัท
- ช่วยให้การขอสินเชื่อกับธนาคารง่ายขึ้น
- รองรับการขยายกิจการในอนาคต
- เพิ่มโอกาสในการร่วมทุนกับนักลงทุน
- ช่วยเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจ
- ทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดูมีความมั่นคงมากขึ้น
นอกจากนี้ หลายบริษัทยังเลือกเพิ่มทุน เพื่อรองรับการขยายกิจการในระยะยาว เช่น การเปิดสาขาใหม่ เพิ่มกำลังการผลิต หรือรองรับผู้ร่วมลงทุนที่ต้องการเข้ามาถือหุ้นในบริษัท ซึ่งถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วขึ้น
ในมุมของผู้ถือหุ้น การถือหุ้นภายในบริษัทไม่ได้หมายถึงเพียงสิทธิในการรับเงินปันผล แต่ยังเกี่ยวข้องกับสิทธิในการออกเสียง การตัดสินใจในที่ประชุมผู้ถือหุ้น รวมถึงสิทธิในการรับผลประโยชน์ต่าง ๆ ตามสัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่
ตัวอย่างเช่น หากผู้ถือหุ้นถือหุ้น 50% ของบริษัท ก็จะมีสิทธิในการออกเสียง หรือได้รับผลตอบแทนตามสัดส่วนดังกล่าว และในกรณีที่บริษัทเกิดความเสียหาย มีการเลิกกิจการ หรือเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี ผู้ถือหุ้นก็จะมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทรัพย์สิน หรือรับผิดชอบในขอบเขตตามสัดส่วนหุ้นที่ตนถืออยู่ภายในบริษัทเช่นกัน
ขั้นตอนการเพิ่มทุนจดทะเบียน
ขั้นตอนการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท เป็นกระบวนการดำเนินงานของการเพิ่มทุน มีมติพิเศษให้เพิ่มทุน และแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5 (เกี่ยวข้องกับทุน) จะมีขั้นตอนที่คุณควรทำ ดังนี้
- ทางบริษัทจะต้องออกหนังสือนัดประชุม
โดยออกหนังสือนัดประชุม ที่มีการแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน หรือตามที่บริษัทได้กำหนดเอาไว้ ซึ่งสามารถส่งเอกสารไปทางไปรษณีย์ หรือมอบให้กับผู้ถือหุ้นก็ได้ (ควรระบุวาระการประชุม ในเรื่องของการเพิ่มทุน แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ และทุนที่ต้องการเพิ่ม) - ลงประกาศหนังสือพิมพ์
คือ การที่บริษัท ประกาศแจ้งนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ผ่าน “หนังสือพิมพ์รายวัน” เพื่อพิจารณามติ เพิ่มทุนจดทะเบียน โดยมีรายละเอียดของการประชุม เช่น วัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุม ซึ่งรายละเอียดที่ต้องมีในประกาศ ประกอบไปด้วย
– ชื่อบริษัท
– หัวข้อการประชุม (เช่น เพื่อเพิ่มทุนจดทะเบียน)
– วัน เวลา สถานที่ประชุม
– วาระการประชุมโดยย่อ
– ชื่อกรรมการที่ลงนามในหนังสือ
– ช่องทางติดต่อบริษัท - จัดประชุมผู้ถือหุ้น
ต้องมี “มติพิเศษ” เห็นชอบจากผู้ถือหุ้น (เสียงไม่น้อยกว่า 3/4 ของผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุม) เพื่ออนุมัติเรื่องการเพิ่มทุน, แก้หนังสือบริคณห์สนธิ และออกหุ้นเพิ่ม (ถ้ามี) ซึ่งหุ้นที่ออกใหม่จะต้องมีมูลค่าเดียวกับหุ้นที่เคยจดเอาไว้ - จัดทำคำขอจดทะเบียน
ในขั้นตอนนี้จะต้องทำหลังจากการประชุมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นช่วงที่คุณต้องทำการเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องเอาไว้ให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็น แบบ บอจ.1, แบบ บอจ.4 และหนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไข เป็นต้น - ยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เอกสารที่เตรียมเอาไว้ จะต้องยื่นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 14 วัน นับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น โดยคุณสามารถยื่นจดทะเบียนได้ที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจทั้ง 7 เขต หรือ ทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Registration)
เอกสารที่ต้องใช้ในการเพิ่มทุน
สำหรับ เอกสารที่ต้องใช้ เพิ่มทุนจดทะเบียน ของบริษัท (ตามขั้นตอนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) มีดังนี้
- แบบ บอจ. 1 : คำขอการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
- แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
- แบบ บอจ.4 : รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม และ/หรือ มติพิเศษ
- หนังสือบริคณห์สนธิที่ทำการแก้ไขแล้ว 1 ฉบับ
- หลักฐานการอนุญาตให้เพิ่มทุน (ในกรณีที่ประกอบธุรกิจที่เฉพาะ)
- สำเนาหลักฐานที่มีการรับชำระค่าหุ้น เพิ่มทุนของบริษัทที่ให้กับผู้ถือหุ้น
- คำสั่งศาล (ในกรณีที่ฟื้นฟูกิจการ)
- สำเนาบัตรประชาชน ของกรรมการที่ลงชื่อขอจดทะเบียน
- สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
สนใจเรื่องการ เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท แนะนำปรึกษาที่ นรินทร์ทอง
โดยสรุปแล้ว “การเพิ่มทุน” ในข้างต้น คือการทำให้บริษัทสามารถรับเงินทุนเข้าสู่กิจการมากขึ้น โดยต้องมีมติผู้ถือหุ้น และยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจ ทว่าต้องมีการทำงานตามขั้นตอน และมีการจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก สำหรับผู้ประกอบการบางราย ถ้าหากคุณกำลังมองหาสำนักงานบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญ แนะนำ บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด ตัวช่วยที่สามารถให้คุณได้ประหยัดระยะเวลาของการทำงาน และหมดปัญหากับความยุ่งยากที่ต้องเจอ โดยทางเราจะให้บริการ รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
- การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
- รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
- งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
- ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339