การ เปลี่ยนสำนักงานบัญชี สามารถเกิดขึ้นได้ หากคุณเป็นเจ้าของกิจการหรือธุรกิจที่มีการว่าจ้างบริษัทที่ช่วยดูแลบัญชี เพื่อความสะดวกสบายในการทำงานมากยิ่งขึ้น แต่กลับพบเจอกับปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ไม่ได้รับการให้บริการอย่างเหมาะสม, มีการทำงานที่ล่าช้า, เกิดข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสารอยู่บ่อยครั้ง และที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายในทำการบัญชีค่อนข้างสูง จนรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนจ้าง เป็นต้น
วันนี้ นรินทร์ทอง จะมาแนะนำคุณเกี่ยวกับการเปลี่ยนสำนักงานบัญชี โดยเริ่มจากระยะเวลาที่เปลี่ยนควรเป็นช่วงไหน และขั้นตอนของการเปลี่ยนมีอะไรบ้าง เพื่อเป็นการช่วยให้คุณเตรียมตัวในการส่งต่อข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ให้กับทางสำนักงานบัญชีที่ใหม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
เปลี่ยนสำนักงานบัญชี ควรเปลี่ยนตอนไหน?

ระยะเวลาที่ควรเปลี่ยนสำนักงานบัญชี
ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนสำนักงานบัญชีขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก ได้แก่
-
เปลี่ยนระหว่างรอบ
-
เปลี่ยนตอนต้นรอบ
ทั้งสองช่วงนี้เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ธุรกิจได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งในด้านค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพการทำงานของบัญชี
เปลี่ยนสำนักงานบัญชี “ระหว่างรอบ”
-
เป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนแบบ กะทันหัน และมักเกิดจาก ความจำเป็นเร่งด่วน
-
อาจมี ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะ
-
สำนักงานบัญชีเก่าไม่ได้ทำบัญชีครบปีตามสัญญา
-
อาจต้องเสีย ค่าปรับจากสำนักงานบัญชีเก่า
-
สำนักงานบัญชีใหม่ต้อง จัดทำบัญชีย้อนหลัง ตั้งแต่ต้นรอบจนถึงปัจจุบัน
-
ทำให้เกิดการ เสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน หรือ “ทำบัญชี 2 รอบ”
-
ตัวอย่างสถานการณ์:
-
สำนักงานบัญชีเก่าลงบัญชีไม่ครบ
-
ขาดเอกสารบางประเภท
-
ลงบัญชีผิดพลาด
ในกรณีนี้ ผู้ประกอบการมักจำเป็นต้องเปลี่ยนสำนักงานบัญชีระหว่างรอบ เพื่อให้สำนักงานบัญชีใหม่ช่วยแก้ไขและทำบัญชีย้อนหลังให้ถูกต้อง
เปลี่ยนสำนักงานบัญชี “ตอนต้นรอบ”
-
เป็นช่วงที่ ได้รับความนิยมมากที่สุด ในการเปลี่ยนสำนักงานบัญชี
-
เพราะเป็นช่วงที่เพิ่ง ปิดรอบบัญชีเดิม และ เริ่มรอบใหม่
-
ขั้นตอนโดยทั่วไป:
-
สำนักงานบัญชีเก่าจะ ปิดบัญชีและส่งมอบเอกสารทั้งหมด ให้กับผู้ประกอบการ
-
หากไม่ได้รับเอกสาร ต้อง แจ้งสำนักงานบัญชีทันที
-
หลังปิดบัญชี ผู้สอบบัญชีจะทำการ ตรวจสอบและยืนยันงบการเงินปีที่ผ่านมา ว่าถูกต้องครบถ้วน
-
-
สำนักงานบัญชีใหม่จึงไม่ต้องทำบัญชีย้อนหลัง
-
ช่วยประหยัดเวลา
-
ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน
-
สะดวกต่อการเริ่มงานบัญชีรอบใหม่
-
ขั้นตอนการเปลี่ยนสำนักงานบัญชี ต้องทำอย่างไร?
ก่อนที่จะเริ่มทำการเปลี่ยนสำนักงานบัญชี คุณจะต้องแจ้งล่วงหน้า 1 เดือนกับทางสำนักงานบัญชีเดิม เพื่อให้ระยะเวลาในการเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องส่งต่อให้กับทางที่ใหม่ โดยมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 อย่าง ที่ควรขอคืนจากสำนักงานบัญชีที่เก่า
รหัสผ่านตามช่องทางต่างๆ

การยื่นส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบัญชีในปัจจุบัน มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพราะสามารถทำธุรกรรมผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ เพื่อเป็นการลดระยะเวลาในการทำงาน และไม่ต้องกังวลว่าจะส่งแบบล่าช้า โดยมีรหัสที่คุณต้องขอจากสำนักงานบัญชีที่เก่า ดังนี้
- ขอรหัสในการนำส่งงบการเงิน ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ส่งงบการเงินผ่านระบบออนไลน์ หรือ DBD e-Filing เพื่อเป็นการลดขั้นตอนของการนำส่ง และช่วยให้การประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูลเสร็จได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 3 วันอนุมัติงบการเงิน
- ขอรหัสของการยื่นแบบนำส่งภาษี หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่มีเกณฑ์ต้องเสียภาษี ทางกรมสรรพากรให้คุณสามารถยื่นแบบนำส่งภาษีออนไลน์ได้ โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ E-FILING และทำการเข้าสู่ระบบ ซึ่งมีระยะเวลาเพิ่มให้อีก 7 วันในการยื่นแบบ
- ขอรหัสที่ทำธุรกรรมของประกันสังคม สำหรับผู้ประกอบการที่มีลูกจ้างหรือพนักงาน ที่ต้องทำเรื่องแจ้งเข้า – แจ้งออกจากประกันสังคม สามารถทำผ่านเว็บไซต์ สำนักงานประกันสังคม โดยต้องเข้าสู่ระบบของ ‘สถานประกอบการ’ ก่อน จึงจะทำธุรกรรมได้
ขอเอกสารประกอบการบันทึกบัญชี

การทำเอกสารประกอบการบันทึกบัญชี ผู้ประกอบการจะต้องส่งเอกสารตัวจริงให้ทำบัญชี ถ้าเมื่อไหร่มีการเปลี่ยนสำนักงานบัญชี ต้องทำการขอเอกสารประกอบการบันทึกบัญชีทั้งหมดกลับคืนมา เพื่อให้สำนักงานบัญชีที่เป็นผู้ดูแลเราคนใหม่ สามารถดำเนินงานต่อได้ (ซึ่งสำนักงานบัญชีส่วนมากจะจัดทำแฟ้ม ที่มีใบสำคัญพร้อมกับแนบเอกสาร ส่งให้ผู้ประกอบการทุกปี)
- บิลซื้อและบิลขาย จะเกี่ยวข้องกับเงินที่เข้า – เงินที่ออก เพราะ ‘บิลซื้อ’ เป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ธุรกิจหรือกิจการของเราได้จ่ายเงิน และ ‘บิลขาย’ เป็นบิลที่ได้รับเงินจากการดำเนินธุรกิจด้วยการจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการ ทางสำนักงานบัญชีจะทำเป็นชุดเอกสาร เช่น ใบสำคัญจ่าย และ ใบสำคัญรับ
- แบบนำส่งภาษีและใบเสร็จ ผู้ประกอบการที่ต้องการมีส่งภาษีประจำเดือนอย่าง ภ.ง.ด 1, ภ.ง.ด 3, ภ.ง.ด 53 และ ภ.พ. 30 กับส่งภาษีประจำปี ภ.ง.ด 50 และ ภ.ง.ด 51 จะต้องขอแบบนำส่งภาษีกับใบเสร็จจากทางสำนักงานบัญชีที่เก่า
- ภาษีซื้อและภาษีขาย (กรณีที่มี) หากธุรกิจของคุณมีรายได้ต่อปีมากกว่า 1.8 ล้านบาท จะมีการจัดทำรายงานภาษีซื้อกับภาษีขาย ที่เรียกเก็บภาษีจากสินค้าหรือบริการ เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บ VAT อยู่ที่ 7%
- แบบนำส่งประกันสังคมและใบเสร็จรับเงิน นายจ้างหรือผู้ประกอบการที่มีการขึ้นทะเบียนนายจ้างเรียบร้อยแล้ว และได้ทำการขึ้นทะเบียนให้ลูกจ้างเช่นกัน จะต้องขอแบบนำส่งประกันสังคมกับใบเสร็จรับเงิน เพราะหลังจากที่ขึ้นทะเบียนทั้งนายจ้างกับลูกจ้าง ต้องนำส่งเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน
ข้อมูลการบันทึกบัญชี

ข้อมูลที่ต้องได้รับคืน
เป็นข้อมูลที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะสามารถนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปทำการปิดบัญชี เพื่อเป็นการหายอดคงเหลือที่ถูกต้อง ณ วันสิ้นงวดบัญชี ของบัญชีทุน บัญชีสินทรัพย์ และบัญชีหนี้สิน
- สมุดรายวันเฉพาะ เป็นข้อมูลขั้นต้นที่ถูกบันทึกในทุกรายการ เช่น รายวันซื้อ, รายวันขาย, รายวันจ่าย และรายวันรับ เปรียบเหมือนกับการกรองข้อมูลเอาไว้ก่อน
- สมุดรายวันแยกประเภท ข้อมูลที่ถูกบันทึกรายการจะต้องมีจัดแยกประเภท เป็นหมวดหมู่ สามารถนำข้อมูลจากสมุดรายวันมาจัดแยกประเภทได้ ซึ่งจะมีการแยกประเภทออกเป็น 2 ส่วน คือ ประเภททั่วไป และ ประเภทย่อย
- งบทดลอง หลังจากที่มีการแยกประเภทเรียบร้อยแล้ว จะถูกนำไปใช้ในการออกงบทดลอง เพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของยอดคงเหลือทั้งหมด โดยมีทั้งหมด 5 หมวด คือ สินทรัพย์, หนี้สิน, ส่วนเจ้าของ, รายได้ และค่าใช้จ่าย
- ทะเบียนทรัพย์สิน จะเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทรัพย์สินที่คุณมีอยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญจะต้องไม่ลืมขอคืน เพราะการทำทะเบียนทรัพย์สินใหม่จะทำยาก แถมยังส่งผลกระทบต่อการปิดงบหรือปิดบัญชีอีกด้วย
ข้อมูลที่อาจจะมี
การขอข้อมูลของการบันทึกบัญชี จะประกอบไปด้วย 4 ข้อที่ต้องขอ คือ สมุดรายวันเฉพาะ, สมุดรายวันแยกประเภท, งบทดลอง และทะเบียนทรัพย์สิน แต่จะมีข้อมูลบางประเภทที่อาจจะมี ก็สามารถขอได้เช่นกัน
- ทะเบียนลูกหนี้ ทะเบียนเจ้าหนี้ สำหรับผู้ประกอบการที่มีลูกหนี้การค้าหรือเจ้าหนี้การค้า ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจตามปกติ
- รายละเอียดสินค้าคงเหลือ ในกรณีที่ธุรกิจของคุณมีการจำหน่ายสินค้า ทางสำนักงานบัญชีจะมีการทำบันทึกเกี่ยวกับสินค้าเอาไว้ให้
- ยอดคงเหลือฝั่งสินทรัพย์และหนี้สิน การดำเนินธุรกิจของคุณมีสินทรัพย์และหนี้สินยอดคงเหลือในระดับที่สูง ส่งผลให้ต้องใส่รายละเอียดประกอบลงไป
ทำไมถึงต้องเตรียมตัวก่อนที่จะ เปลี่ยนสำนักงานบัญชี?
การเปลี่ยนสำนักงานบัญชีเป็นการตัดสินใจที่สำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจโดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาด้านบริการ หรือเมื่อธุรกิจของคุณเติบโตจนสำนักงานบัญชีเดิมไม่สามารถรองรับความต้องการได้ หากไม่มีการเตรียมตัวให้ดี ก็อาจเกิดผลกระทบต่อธุรกิจ การเปลี่ยนสำนักงานจึงต้องดำเนินการในเวลาที่เหมาะสม ตอนต้นรอบของบัญชีใหม่ เพื่อไม่เกิดนการดำเนินงาน และ ค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน โดยไม่ทำเป็น และต้องมีการขอรหัสผ่าน ขอเอกสารประกอบการบันทึกบัญชี รวมไปถึงขอข้อมูลการบันทึกบัญชีจากสำนักงานบัญชีที่เก่า เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างราบรื่น และไม่กระทบต่อการดำเนินงานของธุรกิจ
วิธีการ เลือกสำนักงานบัญชี
การเลือกสำนักงานบัญชีใหม่เป็นขั้นตอนที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าสำนักงานบัญชีใหม่สามารถให้บริการที่ตรงตามความต้องการของธุรกิจของคุณได้
- ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม: เลือกสำนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์ในการทำงานในอุตสาหกรรมของคุณ
- บริการที่ครอบคลุม: ตรวจสอบว่าสำนักงานบัญชีมีบริการครบวงจรที่คุณต้องการ เช่น การยื่นภาษี การจัดทำงบการเงิน และการจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- ความน่าเชื่อถือและมาตรฐานวิชาชีพ: เลือกสำนักงานบัญชีที่มีความน่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตและผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- การให้คำปรึกษา: สำนักงานบัญชีที่ดีควรให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ทางการเงิน รวมถึงช่วยวางแผนภาษีให้ธุรกิจประหยัดค่าใช้จ่าย
สำหรับใครที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกสำนักงานบัญชีสามารถอ่านต่อได้ที่ วิธีเลือกสำนักงานบัญชี
สำหรับใครที่กำลังเจอกับปัญหาจากสำนักงานบัญชีเก่า ไม่ได้รับการให้บริการที่พึงพอใจ และการทำงานยังเกิดความผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง ทาง นรินทร์ทอง เป็นบริษัทรับทำบัญชีที่พร้อมให้บริการ และให้คำปรึกษาได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของธุรกิจคุณมากที่สุด
สนใจเปลี่ยนสำนักงานบัญชี ติดต่อได้ที่ นรินทร์ทอง!
บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชี และภาษี รวมไปถึงการจดทะเบียนนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี เพื่อให้ธุรกิจของคุณพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด และรู้ทุกการเคลื่อนไหวทางการเงิน เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างรวดเร็ว โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
- การส่งภาษีอากร
- รับจดทะเบียนบริษัท
- รับทำเงินเดือนพนักงาน
- ให้บริการรับทำบัญชี
ใครมีข้อสงสัย ต้องการคำปรึกษา นรินทร์ทอง สามารถติดต่อสอบถามได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


