การเลือกจดทะเบียนระหว่าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) และ บริษัทจำกัด (บจก.) เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดก้าวหนึ่งของการทำธุรกิจเลยก็ว่าได้ ดังนั้นการจะเริ่มต้นทำธุรกิจทั้งที แค่มีไอเดียอาจยังไม่พอ เพราะคำถามยอดฮิตที่เจ้าของมือใหม่ต้องเจอคือ ‘จะจด หจก. หรือ บริษัทดี?’ แม้ทั้งคู่จะเป็นนิติบุคคลเหมือนกัน แต่ความรับผิดชอบเรื่อง ‘หนี้สิน’ และ ‘ความน่าเชื่อถือ’ นั้นต่างกัน บทความนี้ นรินทร์ทอง จะช่วยคุณเจาะลึกว่า ข้อดี ข้อ เสีย ระหว่าง ห จก กับ บริษัท มีอะไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับคุณก่อนเริ่มต้นธุรกิจอย่างมั่นคง
เลือกอ่านเนื้อหา
ข้อดี ข้อ เสีย ระหว่าง ห จก กับ บริษัท
เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนก่อนตัดสินใจเลือกโครงสร้างธุรกิจ หัวข้อนี้ นรินทร์ทอง ได้ สรุปทั้ง ข้อดี ข้อ เสีย ระหว่าง ห จก กับ บริษัท มาให้แบบเน้นๆ โดยเฉพาะเรื่อง “ความเสี่ยง” และ “ภาพลักษณ์” ซึ่งเป็นจุดที่ต่างกันมากที่สุด
ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.)
ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ “หจก.” เป็นรูปแบบนิติบุคคลที่เกิดจากการรวมตัวกันของบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
- ข้อดี:
- โครงสร้างเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน
- ใช้ทุนเริ่มต้นน้อย
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและตรวจสอบบัญชีน้อยกว่า
- เหมาะสำหรับกิจการขนาดเล็ก หรือกิจการครอบครัว
- ข้อเสีย:
-
- หุ้นส่วนผู้จัดการต้องรับผิดไม่จำกัด อาจมีความเสี่ยงต่อทรัพย์สินส่วนตัว
- ความน่าเชื่อถือต่อธนาคาร หรือคู่ค้าระดับองค์กรต่ำกว่า บจก.
- การระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจทำได้ยากกว่า
-
บริษัทจำกัด (บจก.)
บริษัทจำกัด หรือ “บจก.” เป็นนิติบุคคลที่แยกออกจากผู้ถือหุ้นอย่างชัดเจน จดทะเบียนโดยมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน และความรับผิดชอบของผู้ถือหุ้นจะจำกัดอยู่เพียงจำนวนเงินที่ลงทุนเท่านั้น เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างแบรนด์ ต้องการความน่าเชื่อถือ และวางแผนจะเติบโตในอนาคต
- ข้อดี:
- ความรับผิดของผู้ถือหุ้นจำกัดอยู่แค่เงินลงทุน
- เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีแผนขยายหรือระดมทุน
- ภาพลักษณ์น่าเชื่อถือมากกว่าสำหรับการทำธุรกิจกับองค์กร
หรือหน่วยงานภาครัฐ - มีโครงสร้างการบริหารจัดการที่เป็นระบบ
- ข้อเสีย:
- ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งและดำเนินการสูงกว่า
- ขั้นตอนการบริหาร การประชุม และการจัดทำเอกสารมีความซับซ้อนมากกว่า
- ต้องมีการตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทุกปี
หจก เหมาะกับใคร
สำหรับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) โครงสร้างนี้ออกแบบมาเพื่อธุรกิจขนาดเล็กที่เน้น “ความไว้วางใจ” และ “ความคล่องตัว” เป็นหลัก ซึ่งต้องมีผู้ร่วมลงทุน อย่างน้อย 2 คนขึ้นไป แม้ปัจจุบันคนจะนิยมจดบริษัทมากกว่า แต่ หจก. ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้
- ธุรกิจครอบครัวหรือเครือญาติ ที่ต้องการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเพื่อความน่าเชื่อถือแต่ไม่ซับซ้อน
- ผู้เริ่มต้นที่ต้องการประหยัดต้นทุน (SME ระยะเริ่มต้น) ที่มีทุนจดทะเบียนไม่มาก ไม่จำเป็นต้องมีทุนขั้นต่ำสูง
- ธุรกิจที่เน้นงานรับเหมาขนาดเล็กหรือขายสินค้ากับภาครัฐ SME หลายแห่งจด หจก. เพื่อให้มีสภาพเป็น “นิติบุคคล” สำหรับ
- การเข้าประมูลงาน: หน่วยงานราชการหรือเอกชนบางแห่งกำหนดว่าต้องเป็นนิติบุคคลเท่านั้นถึงจะรับงานได้
- การออกใบกำกับภาษี: เพื่อความดูเป็นมืออาชีพในการดีลงานกับร้านค้าหรือบริษัทอื่นๆ
- ธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากข้อเสียใหญ่ของ หจก. คือการที่หุ้นส่วนผู้จัดการต้องรับผิดหนี้สินส่วนตัวด้วย ดังนั้น หจก. จึงเหมาะกับ
- ธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องกู้ยืมเงินก้อนใหญ่
- ธุรกิจที่ไม่มีความเสี่ยงด้านคดีความสูง (เช่น ซื้อมาขายไปทั่วไป บริการงานฝีมือ)
- หากธุรกิจมีความเสี่ยงจะถูกฟ้องร้องสูง (เช่น อสังหาริมทรัพย์หรืองานก่อสร้างขนาดใหญ่) การจดเป็นบริษัทจะปลอดภัยมากกว่า
- ผู้ที่ต้องการอำนาจเบ็ดเสร็จในคนเดียว ใน หจก. หุ้นส่วนผู้จัดการจะมีอำนาจการตัดสินใจที่ค่อนข้างเบ็ดเสร็จและชัดเจน ต่างจากบริษัทที่มักจะใช้ระบบคณะกรรมการหรือต้องอิงตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่มีขั้นตอนมากกว่า
จดบริษัท เหมาะกับใคร
การจดทะเบียนเป็น บริษัทจำกัด (บจก.) โครงสร้างนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ การเติบโตและการลดความเสี่ยง โดยเฉพาะ ซึ่งจะเหมาะกับกลุ่มคนดังนี้
- ผู้ที่ต้องการ “เซฟ” ทรัพย์สินส่วนตัว (ลดความเสี่ยง) เหมาะกับคนที่ทำธุรกิจที่มีความเสี่ยง เช่น มีการกู้ยืมเงินมาลงทุน หรือเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง
- ธุรกิจที่วางแผนจะขยายตัว หรือ ระดมทุน หากคุณต้องการขยายธุรกิจในอนาคต เช่น
- การดึงพาร์ทเนอร์: บริษัทจำกัดสามารถแบ่งหุ้นได้ชัดเจน (เช่น คุณถือ 60% เพื่อนถือ 40%) ทำให้ดึงนักลงทุนหรือหาหุ้นส่วนใหม่ๆ เข้ามาช่วยเติมเงินทุนได้ง่าย
- Startup / Tech: หากคุณต้องการดึงเงินจาก VC (Venture Capital) หรือนักลงทุนสถาบัน เขาจะรับพิจารณาเฉพาะรูปแบบ “บริษัทจำกัด” เท่านั้น
- ธุรกิจที่เน้นความน่าเชื่อถือระดับสากล เหมาะกับคนที่ต้องดีลงานใหญ่ๆ หรือเน้นภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ
- ธุรกิจที่มีกำไรสูง (เพื่อการวางแผนภาษี) สำหรับผู้ที่มีรายได้สูง เสียภาษีในรูปแบบนิติบุคคลจะคุ้มกว่าบุคคลธรรมดา
- การหักค่าใช้จ่าย: บริษัทสามารถนำค่าใช้จ่ายต่างๆ มาหักลบกลบหนี้ได้ตามจริงและหลากหลายกว่าบุคคลธรรมดา
- สิทธิประโยชน์ภาษี: มีการลดหย่อนภาษีสำหรับ SME และสามารถนำผลขาดทุนสะสม (สูงสุด 5 ปี) มาใช้ลดหย่อนภาษีในอนาคตได้
- ผู้ที่ต้องการความยั่งยืน (ส่งต่อธุรกิจ) บริษัทจำกัดมีสถานะเป็น “นิติบุคคล” ที่แยกออกจากตัวบุคคลชัดเจน หากผู้ถือหุ้นคนใดคนหนึ่งเสียชีวิตไป บริษัทก็ยังดำเนินกิจการต่อไปได้ตามปกติ และสามารถโอนหุ้นเป็นมรดกให้ลูกหลานได้ง่ายกว่ารูปแบบอื่น
สรุป เป็นตารางเปรียบเทียบ
เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น นรินทร์ทอง ได้ทำการสรุป ข้อดี ข้อ เสีย ระหว่าง ห จก กับ บริษัท เป็นตารางเปรียบเทียบ เอาไว้ดังนี้
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) | บริษัทจำกัด (บจก.) |
| 1. ความรับผิดชอบในหนี้สิน | หุ้นส่วนผู้จัดการ: รับผิดชอบ “ไม่จำกัด” หุ้นส่วนทั่วไป: รับผิดชอบตามเงินลงหุ้น | ผู้ถือหุ้นทุกคน: รับผิดชอบ “จำกัด” ไม่เกินจำนวนเงินที่ยังส่งค่าหุ้นไม่ครบ |
| 2. ความน่าเชื่อถือ | ปานกลาง (มักเป็นธุรกิจขนาดเล็ก/ครอบครัว) | สูงมาก (เป็นสากลและดูเป็นระบบมากกว่า) |
| 3. จำนวนผู้ก่อตั้ง | อย่างน้อย 2 คนขึ้นไป | อย่างน้อย 2 คนขึ้นไป (ตามกฎหมายใหม่) |
| 4. การบริหารจัดการ | หุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจตัดสินใจเบ็ดเสร็จ | บริหารผ่านคณะกรรมการและมติที่ประชุม |
| 5. การระดมทุน | ทำได้ยาก ส่วนใหญ่เป็นการกู้ยืมส่วนตัว | ทำได้ง่าย โดยการเพิ่มทุนหรือออกหุ้นใหม่ |
| 6. ค่าใช้จ่ายจดทะเบียน | ค่อนข้างต่ำกว่า | สูงกว่า (มีขั้นตอนและเอกสารมากกว่า) |
| 7. การตรวจสอบบัญชี | ต้องมีผู้สอบบัญชี (สามารถใช้ผู้สอบ TA ได้) | ต้องมีผู้สอบบัญชี |
| 8. ภาษีเงินได้นิติบุคคล | อัตราเดียวกัน (SME เริ่มต้น 0-20%) | อัตราเดียวกัน (SME เริ่มต้น 0-20%) |
ข้อดี ข้อ เสีย ระหว่าง ห จก กับ บริษัท ในมุมมองนักบัญชี โดย นรินทร์ทอง
จะเริ่มต้นสร้างธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลทั้งที คำถามยอดฮิตที่เจ้าของกิจการต้องหาคำตอบให้ได้คือ ข้อดี ข้อ เสีย ระหว่าง ห จก กับ บริษัท เพราะการเลือกโครงสร้างผิดตั้งแต่วันแรก อาจส่งผลถึงภาระภาษีและความรับผิดชอบในหนี้สินที่ตามมาอย่างมหาศาล ดังนั้นหากคุณอยากก้าวเข้าสู่สนามธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง นรินทร์ทอง พร้อมให้คำปรึกษา ด้วยบริการรับจดทะเบียนธุรกิจโดยทีมงานมืออาชีพ โดยทางเราให้บริการทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี นอกจากนี้ยังมีบริการให้คุณเลือกอีกหลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการของคุณ ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
- การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
- รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
- งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
- ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
- สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339